Forteens

7 อาหารอร่อยช่วยเยียวยาสุขภาพ



ใครว่ายาจำเป็นต้องขม อาหารบางอย่างก็เป็นยาได้ และรสชาติดีด้วยนะ

       กล้วย : แก้เครียด

            การติดกล้วยไว้ที่ทำงานเป็นเรื่องดี หากคุณรู้สึกเครียด ก็จงคว้ากล้วยมากินเสีย กล้วยขนาดกลางหนึ่งผลมี 105 แคลอรี มีน้ำตาล 14 กรัม มันทำให้ระดับน้ำตาลของคุณเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย มีวิตามินบี 6 อยู่ร้อยละ 30 ของที่เราต้องการต่อวัน ทำให้สมองสามารถผลิตเซโรโทนินฮอร์โมนแห่งความสุข ทำให้คุณหายเครียดได้อีกนิด

        ลูกเกด : ลดความดันโลหิต

           ลูกเกด 60 เม็ด หรือประมาณหยิบมือใหญ่ ๆ จะมีใยอาหารหนึ่งกรัม และโพแทสเซียม 212 มิลลิกรัม ซึ่งสารอาหารทั้งสองได้รับการแนะนำในแผนไดเอ็ต เพื่อลดความดันโลหิต (DASH) นอกจากนี้สารโพลีฟีนอลในอาหารที่ทำจากองุ่น (เช่น ลูกเกด ไวน์ น้ำผลไม้) ยังมีคุณสมบัติบำรุงหลอดเลือดหัวใจรวมถึงลดความดันโลหิตด้วย

        น้ำผึ้งบักวีต : แก้ไอ

           การศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัฐเพนชิลเวเนียเปิดเผยว่า น้ำผึ้งสีน้ำตาลเข้ม 2 ช้อนโต๊ะ มีประสิทธิภาพกว่ายาแก้ไอในเด็กที่มีอาการไอระดับหนึ่ง ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระและคุณสมบัติฆ่าเชื้อของน้ำผึ้งอาจช่วยบรรเทาอาการอักเสบที่เนื้อเยื่อในลำคอได้

        น้ำส้ม : บรรเทาอาการอ่อนเพลีย

           ฟรักโทสในน้ำส้มขนาด 4 ออนซ์ เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้คุณกระฉับกระเฉง อาจเป็นเพราะว่าวิตามินซีในนำส้มช่วยต้านอนุมูลอิสระ และยังมีส่วนสำคัญในกระบวนการเผาผลาญธาตุเหล็ก จึงช่วยให้เราสูบฉีดออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้มากขึ้น

        มันฝรั่ง : แก้ปวดหัว

            คาร์โบไฮเดรต 37 กรัม ในมันฝรั่งขนาดกลางสามารถบรรเทาอาการปวดศีรษะด้วยการเพิ่มระดับเซโรโทนิน ตราบใดที่คุณจำกัดปริมาณไขมัน และโปรตีนไว้ต่ำกว่า 2 กรัมละก็นะ

       โหระพา : แก้ปวดท้อง

          สารชื่อว่า ยูจีนอล ในโหระพา อาจช่วยให้กระเพาะและลำไส้ของคุณปราศจากอาการเจ็บปวด คลื่นเหียน ตะคริว หรือแม้แต่ท้องร่วง โดยการฆ่าแบคทีเรีย เช่น แชลโมเนลลา และลิสเตอเรีย นอกจากนี้ ยูจีนอลยังมีสรรพคุณแก้เกร็ง ซึ่งช่วยหยุดอาการตะคริว

       กะหล่ำปลี : บรรเทาแผลในกระเพาะ

            การศึกษาจาก Johns Hopkins School of Medicine เมื่อปี 2002 พบว่า สารซัลโฟราเฟนในกะหล่ำปลีจะกำจัดแบคทีเรีย H. Pylori ซึ่งทำให้เกิดแผลในกระเพาะและลำไส้ ก่อนที่มันจะลงไปอยู่ในลำไส้ และอาจจะยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกในกระเพาะได้ด้วยซ้ำ

teenee.com