For teens

กลิ่นปาก ไม่ใช่เรื่องตลก!! ตามมาจดสูตร วิธีระงับกลิ่นปาก ที่ถูกต้อง

นอกจากจะบอกถึงบุคลิกภาพได้เป็นอย่างดีแล้ว กลิ่นปากของเรา ยังเป็นสัญญาณเตือนของโรคต่างๆ ได้อีกด้วย วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกันว่า สาเหตุของการมีกลิ่นปากนั้นมาจากอะไร แล้วเราจะดูแลรักษาได้อย่างไรบ้าง?

สาเหตุของการมีกลิ่นปาก


1. สาเหตุมาจากในช่องปากเอง ได้แก่

การแปรงฟันไม่สะอาด มีแผลร้อนใน มีฟันผุ ทำให้มีเศษอาหารตกค้างอยู่ตามรูของฟันผุ ตามซอกฟันที่ขนแปรงสีฟัน แปรงไม่ถึง
โรคเหงือกอักเสบโรคปริทันต์อักเสบ สาเหตุหลักๆ มาจากคราบหินปูนที่อยู่รอบๆ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค
แผลในช่องปาก เกิดการเกาะของแผ่นคราบจุลินทรีย์ ประกอบกับความเจ็บที่แผล ทำให้ไม่อยากแปรงฟัน จึงเกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียในช่องปากเพิ่มขึ้น
คนที่ใส่ฟันปลอม ถ้าดูแลทำความสะอาดฟันปลอมไม่ดี มีคราบอาหารติดอยู่ มีการบูดของอาหาร ก็ทำให้เกิดมีกลิ่นปากได้

2. สาเหตุมาจากอย่างอื่น ได้แก่

มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น เป็นโพรงไซนัสอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ
โรคติดเชื้อของปอด เช่น วัณโรคปอด ฝีในปาก


โรคของระบบทางเดินอาหาร เช่น การมีกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อน
มีเนื้องอกในช่องปาก ช่องคอ หรือหลังโพรงจมูก
การรับประทานอาหารบางชนิดที่มีกลิ่นรุนแรง เช่น ทุเรียน หอม กระเทียม


การดื่มสุราและสูบบุหรี่ก็ทำให้เกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน
กลิ่นปากจะมีมาก หลังจากตื่นนอน เนื่องจากขณะหลับจะมีการขับน้ำลายออกมาน้อย มีการหมุนเวียนน้อย จนทำให้มีการสะสมของเชื้อโรคในช่องปาก หรือมีเศษอาหารที่สะสมอยู่บูดเน่า เวลาตื่นนอนจึงมีกลิ่นปากค่อนข้างแรง และอาจเกิดขึ้นระหว่างวัน

ส่วนอาการ น้ำลายบูด คือ สภาพความเป็นกรดและกลิ่นที่เกิดขึ้นในช่องปากภาย หลังรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วยแป้งและน้ำตาลในปริมาณที่สูง เมื่อรับประทานอาหารเสร็จประมาณ 5 นาทีจะรู้สึกว่ามีรสเปรี้ยวในช่องปาก ซึ่งสาเหตุมาจากจุลินทรีย์ในช่องปากได้กินแป้งและน้ำตาลจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป แล้วปล่อยของเสียที่เป็นกรดออกมา และก๊าซที่เกิดจากการหมักหมมของอาหารดังกล่าวตามบริเวณผิวฟัน ซอกฟันและขอบเหงือก

 

วิธีแก้ไขและระงับกลิ่นปาก
1. การระงับกลิ่นปากที่ได้ผลที่สุดทำได้ง่ายๆ ด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธีหลังอาหารทุกมื้อ และควรแปรงลิ้นด้วยทุกครั้ง เพราะผิวของลิ้นจะประกอบด้วยตุ่มเล็กๆ มากมายสามารถเก็บกักเศษอาหารเล็กๆ และแผ่นคราบจุลินทรีย์ได้ง่าย

2. การใช้น้ำยาบ้วนปาก ยาอม หมากฝรั่งหรือสเปรย์ดับกลิ่น ช่วยระงับกลิ่นปากได้เพียงชั่วคราว และต้องระวังบางชนิดอาจมีส่วนประกอบของน้ำตาลมาก ถ้าอมบ่อยๆ อาจสร้างปัญหา ทำให้เกิดฟันผุตามมาและเกิดเป็นกลิ่นปากขึ้นมาใหม่ได้

3. การรับประทานผักและผลไม้ที่มีเส้นไยสูง เช่น ชมพู่ ฝรั่ง ก็สามารถช่วยระงับกลิ่นปากได้ระดับหนึ่ง อันเป็นผลมาจากการที่เส้นใยของผัก ผลไม้เหล่านี้ได้ทำการชะล้างเอาเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันออกไปบ้างขณะเคี้ยว

4. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรง

5. ดื่มน้ำอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หรือหากรู้สึกปากแห้งควรจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก

6. พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพในช่องปาก และแก้ไขปัญหาในช่องปากให้เรียบร้อย ตรวจเป็นระยะทุก 6 เดือน

นอกจากนี้ควรดูแลรักษาสุขภาพฟันทั่วไปให้แข็งแรงอยู่เสมอ ถ้าหากรักษาสุขภาพในช่องปากดีแล้วกลิ่นปากยังไม่หายไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่นที่อาจทำให้เกิดมีกลิ่นปากได้


ขอขอบคุณข้อมูล :ทพญ. รัศมี จินดาโรจนกุล คลินิกทันตกรรมสตาร์เด็นท์ ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ลุมพินี)