For teens

โรคบุคลิกภาพผิดปกติคืออะไร

โรคบุคลิกภาพผิดปกติมีอยู่หลายประเภทซึ่งล้วนแล้วแต่มีความยากลำบากในการวินิจฉัยเนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถตระหนักได้ถึงอาการป่วยของตนเอง อย่างไรก็ตาม ข่าวดีก็คือโรคบุคลิกภาพผิดปกตินี้เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้

personality disorder treatment TH

 

จากกรณีล่าสุดของอดีตนักร้องสาว “ ปุ๊กกี้ ปริศนา พลายแสง” ที่ออกมาเปิดใจยอมรับถึงความสัมพันธ์ระหองระแหงของชีวิตคู่รอบที่ 3 จากเหตุที่สามีป่วยเป็น “โรคหลงตัวเอง” หรือ Narcissistic Personality Disorder ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรคบุคลิกภาพผิดปกติที่พบมากที่สุด อันเป็นสาเหตุให้ชีวิตคู่ของทั้งสองต้องจบลงในที่สุด เราลองมาดูอาการของโรคบุคลิกภาพผิดปกติแต่ละประเภทและการบำบัดรักษาได้ตามบทความด้านล่าง ดังต่อไปนี้

โรคบุคลิกภาพผิดปกตินี้มีความแตกต่างจากโรคทางสุขภาพจิตทั่วไปตรงที่ผู้ป่วยนั้นมักจะไม่ทราบว่าตนเองมีอาการผิดปกติ ซึ่งผู้ที่จะรับรู้ความผิดสังเกตุมักจะเป็นคนในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนสนิทที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยเอง

โรคบุคลิกภาพผิดปกตินั้นมีหลายประเภทแต่คำจำกัดความโดยรวมคือ การที่ผู้ป่วยมักจะมีความเชื่อว่าความคิดและการกระทำของตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ในขณะที่คนใกล้ชิดหรือคนรักกลับพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะจัดการรับมือกับพวกเขา แม้คำนิยามของโรคบุคลิกภาพผิดปกตินี้บ่งบอกถึงอาการของโรคได้หลายประเภท อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อแตกต่างอันเป็นลักษณะที่ชัดเจนของแต่ละกลุ่มอาการเช่นกัน ประเภทของโรคบุคลิกภาพผิดปกติที่พบได้มากที่สุด ได้แก่ โรคบุคลิกภาพแปรปรวน (Borderline Personality Disorder) โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบฮิสทริออนิค (Histrionic Personality Disorder) โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหวาดระแวง (Paranoid Personality Disorder) โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Personality) โรคบุคลิกภาพแบบยึดถือพึ่งพา (Dependent Personality Disorder) เราลองมาดูข้อมูลของโรคบุคลิกภาพผิดปกติในแต่ละประเภทแบบเชิงลึกตามบทความด้านล่างนี้

ประเภทของโรคบุคลิกภาพผิดปกติ


โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorders)

 

บุคคลที่ป่วยเป็นโรคชนิดนี้มักมีความรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญต่อผู้อื่นเป็นอย่างมาก และคาดหวังว่าตนเองนั้นเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับ เนื่องจากมีความสำเร็จหรือความสามารถพิเศษที่เหนือกว่าผู้อื่น คนประเภทนี้มักจะจมอยู่กับความคิดเพ้อฝันที่เกี่ยวกับความสำเร็จ อำนาจ ความสวยงามของตน หรือความสัมพันธ์แบบในอุดมคติที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ในบางกรณีอาจพบว่ามีพฤติกรรมอิจฉาริษยาผู้อื่นหรือเชื่อว่าผู้อื่นมีความอิจฉาริษยาตนเอง จึงแสดงท่าทีหยิ่งยโส ถือตน บุคคลประเภทนี้มักจะไม่สามารถอดทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น หรือมักโยนความผิดให้แก่ผู้อื่นโดยไม่สนใจที่จะรับรู้เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นเลย

 

โรคบุคลิกภาพแปรปรวน (Borderline Personality Disorder)

 

ผู้ป่วยจะมีความหวาดกลัวและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันการถูกทอดทิ้งไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์จริง หรือจินตนาการไปเอง มีความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคงและรุนแรงกับคนใกล้ชิด ภาพลักษณ์และความเป็นตัวเองขาดความแน่นอน แสดงอารมณ์หุนหันพลันแล่น มีความคิดและพฤติกรรมอยากทำร้ายตัวเองจนถึงแก่ชีวิต มีอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าว กระวนกระวายใจ ซึ่งอาจกินเวลายาวนาน 1-2 วัน อีกทั้งยังมีอารมณ์โกรธแค้นหรือโมโหอย่างไม่สมเหตุสมผล และมีรูปแบบความคิดที่ทำให้รู้สึกตึงเครียดหรือหวาดระแวงอยู่บ่อยครั้ง

 

โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบฮิสทริออนิค (Histrionic Personality Disorder)

 

โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบฮิสทริออนิคหรือที่คนไทยมักเรียกแบบผิดๆ ว่าโรคฮิสทีเรีย บุคคลที่ป่วยเป็นโรคประเภทนี้มักจะพยายามทำตัวเองให้เป็นจุดเด่นและจะรู้สึกอึดอัดถ้าตนเองไม่ได้รับความสนใจ เพราะเหตุนี้จึงมีการแสดงออกทางอารมณ์และท่าทางที่มากเกินไปจนดูคล้ายว่ากำลังเล่นละครอยู่ มักใช้รูปร่างหน้าตาในการดึงดูดความสนใจและแสดงพฤติกรรมในเชิงยั่วยวนหรือเร้าอารมณ์ทางเพศอย่างไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีอารมณ์ที่ฉาบฉวยไม่มีความลึกซึ้งและเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ใช้วิธีพูดชื่นชมเกินจริงโดยไม่ลงรายละเอียด พวกเขามักจะถูกชักจูงโดยผู้อื่นหรือคล้อยตามสถานการ์ณต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และบ่อยครั้งที่พวกเขามักจะจินตนาการว่าตนเองมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากเกินความเป็นจริง

 

โรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหวาดระแวง (Paranoid Personality Disorder)

ผู้ป่วยที่มีบุคลิกภาพผิดปกติแบบหวาดระแวงมักปักใจเชื่อว่าผู้อื่นนั้นหวังร้ายต่อตนเองทั้งที่ไม่มีหลักฐานแน่ชัด พวกเขามักจะคาดเดาไปว่าตนกำลังถูกปองร้าย ถูกตักตวงผลประโยชน์หรือถูกเอารัดเอาเปรียบ สัญญาณบ่งบอกอื่นๆ ของโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบหวาดระแวง ได้แก่ การหมกหมุ่นอยู่กับความคิดหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ ความน่าเชื่อถือ ไม่ชอบให้อภัยเนื่องจากพวกเขาจะถือโกรธแม้ในเรื่องเล็กน้อยและพร้อมที่จะตอบโต้กลับเมื่อรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกคุกคาม อีกทั้งผู้ป่วยโรคนี้จะมีความหวาดระแวงสงสัยโดยไม่มีเหตุผลและขาดความไว้วางใจเมื่อมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนรัก

 

โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Personality Disorder)

 

ลักษณะอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ ได้แก่ ความคิดและพฤติกรรมหมกหมุ่นที่จะต้องทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน รายละเอียดหรือกฎระเบียบต่างๆ จนทำให้มองข้ามจุดประสงค์ของกิจกรรมนั้นๆ ไป บางรายเป็นประเภทที่ยึดถือความสมบูรณ์แบบจนทำให้ไม่สามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้เนื่องจากไม่พึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มา พวกเขาจะอุทิศเวลาให้กับการทำงานและใส่ใจในผลผลิตอย่างมากซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบกับด้านอื่นๆ ในชีวิต ไม่สามารถทิ้งสิ่งของต่างๆ ได้แม้กระทั่งสิ่งที่ไม่มีคุณค่าทางจิตใจ อีกทั้งพวกเขายังมีความยากลำบากในการมอบหมายงานให้คนอื่นทำเนื่องจากมีความกังวลว่างานที่ออกมาอาจจะไม่เป็นไปตามที่ตนคิดไว้ มีความตะหนี่ถี่เหนียวในการใช้เงินและมักจะเก็บเงินทุกบามทุกสตางค์เผื่อมีเหตุการณ์ร้ายแรงไม่คาดฝันขึ้นในอนาคต

 

โรคบุคลิกภาพแบบยึดถือพึ่งพา (Dependent Personality Disorder)

 

บุคคลที่ป่วยเป็นโรคนี้มักจะเป็นคนที่ต้องการยึดติดอยู่กับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากพวกเขากลัวการถูกทอดทิ้งจากคนใกล้ชิด พวกเขามักจะมีปัญหาเวลาที่ต้องทำการตัดสินใจและต้องได้รับคำแนะนำและความมั่นใจจากผู้อื่นก่อน ต้องการให้ผู้อื่นเป็นคนควบคุมหรือรับผิดชอบต่อสถานการณ์สำคัญต่างๆ ในชีวิตและไม่กล้าที่จะออกความเห็นเพราะกลัวว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับ ลักษณะอื่นๆ รวมถึงเวลาที่ผู้ป่วยต้องทำอะไรคนเดียวก็จะรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น มีความกลัวว่าจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้เมื่อต้องอยู่คนเดียว ในเรื่องของความสัมพันธ์พวกเขาจะพยายามหาความสัมพันธ์ใหม่ทันทีเมื่อความสัมพันธ์เก่าสิ้นสุดลงเนื่องจากมีความกลัวที่จะต้องอยู่เพียงลำพัง

 

การวินิจฉัยโรคบุคลิกภาพผิดปกติ


จากข้อมูลเบื้องต้นที่กล่าวมา ผู้ที่ป่วยเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกตินั้นมักจะไม่เข้าพบแพทย์ด้วยตัวเองเพราะคิดว่าอาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นปัญหาที่รบกวนพวกเขา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่บุคคลรอบข้างจะต้องคอยสังเกตุพฤติกรรมที่ผิดปกติจากเดิมของผู้ป่วยและแนะนำให้เข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยตรง

โรคบุคลิกภาพผิดปกตินั้น แตกต่างจากโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลโดยสิ้นเชิงเพราะการวินิจฉัยอาการของโรคบุคลิกภาพแปรปรวนนั้นมักจะเป็นเรื่องยากสำหรับแพทย์สามัญทั่วไป เนื่องจากตัวผู้ป่วยเองไม่คิดว่าตนเองมีอาการผิดปกติ หากคุณคอยสังเกตุอาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดของคุณอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไปแล้วพบว่าเข้าข่ายเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกตินั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรจะพาคนใกล้ชิดที่มีอาการดังกล่าวเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งจะคอยช่วยเหลือคุณในการประเมินอาการเบื้องต้นว่ามีลักษณะเข้าข่ายโรคบุคลิกภาพผิดปกติหรือไม่เพื่อความแม่นยำในการวินิจฉัยและรักษาโรคต่อไป

 

การบำบัดรักษาโรคบุคลิกภาพผิดปกติ


เดอะ เคบิน กรุงเทพฯ มีประสบการณ์และความชำนาญในการรักษาโรคบุคลิกภาพผิดปกตินี้ ซึ่งเราเชื่อว่าสามารถรักษาให้หายได้หากใช้โปรแกรมการรักษาที่มีโครงสร้างชัดเจนและมีการปรับแต่งให้ตรงกับลักษณะอาการของผู้ป่วยแต่ละรายที่จะนำมาซึ่งผลสำเร็จในที่สุด โปรแกรมการรักษาโรคบุคลิกภาพผิดปกติของเราใช้เวลาในการบำบัดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งเป็นเวลา 2-3 เดือน โดยประกอบไปด้วย

การระบุความคิดและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์หรือมีความผิดปกติ


การตระหนักถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับตนเองและผู้อื่น


การกำหนดความคิดและพฤติกรรมให้เป็นเชิงบวก
การออกแบบกลยุทธ์เพื่อทดแทนทัศนคติแบบเดิมโดยเสริมสร้างความคิดและการกระทำใหม่ๆ
การนำทักษะเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อไม่ให้มีผลเสียต่อหน้าที่การงาน การเข้าสังคม และเป้าหมายในชีวิต
ในสมัยก่อนสังคมเรายังไม่ให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพจิตมากนัก ครั้นเมื่อโลกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ก็ได้มีกระแสการยอมรับและให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพจิตมากยิ่งขึ้นพอๆ กับเรื่องสุขภาพทางร่างกายซึ่งไม่ควรละเลยเช่นกัน หากคุณสนใจต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมการรักษาของเรา สามารถติดต่อสอบถามเราได้วันนี้เพื่อเข้ารับการประเมินกับผู้เชี่ยวชาญโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีกทั้ง เดอะ เคบิน กรุงเทพฯ ยังเคารพสิทธิสิทธิส่วนบุคคลของคุณเพื่อรับรองความเป็นส่วนตัวระหว่างการรักษา

 

ขอขอบคุณ th.thecabinbangkok.co.th