For teens

บันได 4 ขั้นเพื่อความรักและภูมิใจในตนเอง

การที่เราจะเพิ่มความรัก ความภาคภูมิใจ และความเชื่อมั่นให้กับตนเองนั้น เราต้องเริ่มจากการมองโลกในแง่ดี หรือมีทัศนคติในเชิงบวกก่อน รวมทั้งพยายามหลีกเลี่ยงความสมบูรณ์แบบ คุณต้องไม่ตั้งฉายาที่ไม่ดีให้กับตัวเอง หมั่นฝึกที่จะรักในสิ่งที่ดี ๆ ของตนเอง มองหาสิ่งที่ดีเรื่องที่ดีที่เราทำในทุก ๆ วัน หรือบางคนอาจจะเลือกปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมองหาคำแนะนำดี ๆ ก็ได้เช่นกัน แต่โดยหลัก ๆ แล้ว การที่จะปรับให้เราเป็นคนที่รักและภูมิใจในตนเองได้นั้น มี 4 ขั้นตอนดังนี้

 

1. สร้างความรู้สึกดี ๆ เกี่ยวกับตนเองจากภายใน เพราะหากตัวเราเองยังเห็นว่าตัวเองไม่ดี แล้วคนอื่นจะเห็นว่าเราดีได้อย่างไร ความรู้สึกว่าตนเองไม่ดี หรือดีไม่พอนั้น มักจะเกิดขึ้นภายในใจของคนที่แสวงหาความรัก และการยอมรับ นอกจากนั้น คุณควรจะหลีกเลี่ยงความต้องการที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ความคิดดังกล่าวนี้ ทำให้เราไม่พอใจในตัวเอง ในสิ่งที่ได้กระทำ เพราะรู้สึกว่า มันยังไม่สมบูรณ์แบบสักที บางคนเมื่อทำอะไรไม่ได้ดีดังที่คิด ก็ประณามตนเอง เรียกตนเองด้วยสัญญาลักษณ์ที่ไม่ดีเช่น ผู้ล้มเหลว คนตกงาน หรือคนโง่ เป็นต้น คำประณามตนเองเหล่านี้ ยิ่งลดความรักและความภาคภูมิใจในตนเอง ในทางกลับกัน ควรจะคิดว่า สิ่งที่ไม่ดี สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แต่เราก็ต้องผ่านสถานการณ์นั้นไปให้ได้

 

2. พยายามฝึกฝนที่จะรักตัวเอง วิธีการก็คือให้บันทึกสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นรายวัน เรื่องดี ๆ ที่คนอื่นทำให้คุณ หรือคุณทำให้คนอื่น เมื่อคุณนำมันมาอ่านคุณก็จะเห็นเหตุผลมากมาย ที่ทำให้คุณรักและภูมิใจในตนเอง คุณอาจจะให้รางวัลกับตัวเองบ้าง เป็นอาหารดี ๆ ในภัตตาคารหรู หนังสือ วีดีโอเกม หรืออะไรที่คุณหมายตาไว้ ทริปท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการนวดหน้านวดตัว ก็ถือเป็นรางวัลชีวิตได้เช่นกัน ในกรณีที่คุณได้ยินได้ฟังคำสบประมาท หรือคำพูดไม่ดีจากคนอื่น ก็อย่าไปคิดแง่ลบ แต่ให้พยายามควบคุมอามรณ์ และหาเหตุผลว่าทำไมถึงได้ถูกตำหนิเช่นนั้น นอกจากนี้ อาจจะพยายามหาสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกดี ทั้งร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ เช่นการออกกำลังกาย การเต้นรำ การเขียนหนังสือ หรือแม้กระทั่งการปรึกษา พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ เมื่อคุณได้ให้รางวัล ให้เวลากับการฝึกที่จะรักตัวเองแล้ว คุณจะเห็นแง่ดีอีกหลาย ๆ อย่างตามมาในชีวิต

 

3. ฝึกให้ตัวเองเป็นคนมีความเมตตา ไม่เฉพาะความเมตตาต่อผู้อื่นเท่านั้น ต้องเมตตาตนเองด้วยเช่นกัน ความเมตตานี้ ทำให้คุณกล้าที่รักทั้งตนเองและผู้อื่นโดยปราศจากการตัดสิน เพราะการตัดสินนั้น เป็นสิ่งที่บั่นทอนความสัมพันธ์ นอกจากนี้ ให้ฝึกที่จะหายใจลึก ๆ ช้า ๆ นั่งลงให้รู้สึกสบาย และฝึกการหายใจที่ช่วยผ่อนคลาย ระหว่างนั้น ก็ให้บอกตัวเองว่า เราจะทำตามความฝันได้สำเร็จ จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เราจะรักคนอื่นด้วยหัวใจ เราหวังว่าตัวเองและครอบครัวจะปลอดภัยจากสิ่งเลวร้าย เราหวังว่าทุกคนในชีวิตจะได้รับสิ่งดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเอง เพื่อน หรือครอบครัว และที่สำคัญเรียนรู้ที่จะให้อภัยตนเองและผู้อื่น

 

4. ต้องเข้าใจในความรักที่มีต่อตัวเอง ความไม่รักตัวเองนั้นเป็นเรื่องอันตราย มันสามารถนำพาเราไปสู่ทางเลือกที่เลวร้าย ทำให้เราขาดสติ ยิ่งไปกว่านั้น อาจจะนำไปสู่การมีปัญหาทางสุขภาพจิต ความทรงจำหรือประสบการณ์ในวัยเด็กของแต่ละคนนั้น อาจจะส่งต่อความรู้สึกรักและภาคภูมิใจในตัวเอง ความสัมพันธ์ของพ่อแม่และลูก ส่งผลต่อการพัฒนาบุคลิกภาพ บางคนมีปัญหาเรื่องร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ก็เพราะได้รับผลกระทบในวัยเด็ก บางคนในวัยเด็กถูกประมาณว่า ดื้อ โง่ หรือน่าเบื่อ ก็ทำให้เขามีทัศนคติในเชิงลบต่อตนเองติดมาจนโตเช่นกัน หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่เคยได้รับประสบการณ์จนส่งผลให้ขาดความรักและภาคภูมิใจในตัวเองนั้น การฝึกให้รักตัวเองอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการฝึกและพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยอาจจะเริ่มจากการฝึกที่จะเผชิญกับทัศนคติในเชิงลบของคนใกล้ตัว เช่นคนรัก คู่รอง เจ้านาย พ่อแม่ รวมทั้งคนแปลกหน้าที่อาจจะบังเอิญมีเหตุให้ต้องพบกัน ให้พยายามให้กำลังใจกับตัวเอง และปล่อยให้เรื่องเลวร้ายนั้นผ่านไป โดยไม่ให้มันวนเวียนมาทำร้ายความรู้สึกของคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ข้อมูลจาก : sanook.com