For teens

แพทย์เตือนอันตราย ′อุปกรณ์กระตุ้นสมอง′ ขายว่อนเน็ต

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสมองและประสาทจำนวนมาก พากันแสดงความกังวลต่อการแพร่ระบาดของอุปกรณ์กระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้า หรือ "ทรานสเครเนียล ไดเรคต์ เคอร์เรนท์ สติมูเลชั่น" หรือ "ทีดีซีเอส" ที่หลายๆ บริษัทพากันผลิตออกขายผ่านเว็บไซต์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักเล่นเกมคอมพิวเตอร์ระดับฮาร์ดคอร์ หรือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา โดยอ้างว่าทำให้ตื่นตัว มีสมาธิดีกว่าปกติ ตัดสินใจได้เร็วขึ้นกว่าเดิม เรียนรู้เร็วกว่า 20-40 เปอร์เซ็นต์ มีพลังมากขึ้นและยังลดความเครียดไปในตัว

 

อุปกรณ์ดังกล่าวผลิตขึ้นบนพื้นฐานของงานวิจัยหลายชิ้น รวมทั้งงานวิจัยของนายแพทย์ รอย โคเฮน คาดอช ผู้เชี่ยวชาญสมองของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งทดลองผ่านกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เข้าสู่ผิวหนังบริเวณศีรษะ เพื่อให้ผ่านต่อเข้าไปยังสมอง เป็นการกระตุ้นเซลล์ประสาทโดยตรงทั้งนี้เพื่อตรวจสอบว่ากรรมวิธีดังกล่าวจะส่งผลให้การทำหน้าที่ส่วนความจำและการรู้คิด (ค็อกนิทีฟ ฟังก์ชั่น) ของสมองดีขึ้นได้หรือไม่และอย่างไร

ข้อสรุปจากการทดลองดังกล่าวก็คือ กระแสไฟอ่อนๆ ที่ถูกส่งตรงเข้าสู่ส่วนที่ถูกต้องเหมาะสมของสมอง จะเข้าไปเปลี่ยนระดับที่เซลล์ประสาทเริ่มทำหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลต่างๆ ในสมองของเรา ทำให้ขีดความสามารถด้านค็อกนิทีฟหลายๆ อย่าง ในกระบวนการทำหน้าที่ด้านจิตใจของสมองดีขึ้นได้ อาทิ สามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ทำคณิตศาสตร์ได้ดีขึ้น รู้สึกดีและตื่นตัวมากขึ้น ลดความเครียด ความเจ็บปวด ฯลฯ ส่งผลให้เกิดสินค้าผลิตออกมาขายกันในอินเตอร์เน็ต โดยอ้างงานวิจัยทำนองดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์คาดอชเองยืนยันว่ากรณีดังกล่าวยังคงเป็นผลของการทดลองในห้องปฏิบัติการซึ่งมีการควบคุมสภาวะแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และการผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในแต่ละครั้งใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที นอกจากนั้นการทดลองทั้งหมดยังเป็นการทดลองในผู้เข้าร่วมซึ่งจำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบร่างกายอย่างเข้มงวดเท่านั้น

แพทย์หญิง ฮันนาห์ มาสเลน แห่งสำนักออกซ์ฟอร์ด มาร์ติน ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งเรียกร้องให้บัญญัติกฎคุมการจำหน่ายอุปกรณ์ทีดีซีเอส ตั้งว่า ผู้ผลิตเหล่านั้นมุ่งเป้าไปที่นักเล่นเกม ในขณะที่การทดลองนั้นมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขความบกพร่องหรือพิการในการทำหน้าที่ของสมองดังกล่าว

แพทย์และผู้เชี่ยวชาญหลายคนเหล่านี้พูดตรงกันว่า การใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเอง อาจก่อให้เกิดผลเสียหายขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น สมองในส่วนที่ไม่ควรถูกกระตุ้นได้รับการกระตุ้นตามไปด้วย และหากเกิดเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นส่งผลให้กระแสไฟเกิดสลับขั้น แทนที่ฟังก์ชั่นของสมองจะดีขึ้นอาจพิกล พิการไปเลยก็ได้ นายแพทย์คาดอชบอกว่า ผู้ใช้จะต้องรู้ว่าต้องกระตุ้นสมองส่วนไหนถึงจะเป็นประโยชน์ ส่วนไหนไม่เกิดประโยชน์ ต้องรู้ว่าต้องกระตุ้นนานเท่าใด กระตุ้นในเวลาไหนของวัน และความเข้มข้นของกระแสควรเป็นเท่าใด

ทีมวิจัยอีกทีมนำโดยนายแพทย์นิค เดวิส จากมหาวิทยาลัยสวอนซี ศึกษาพบว่าทีดีซีเอสสร้างความเสี่ยงสูงสุดให้กับกลุ่มเด็กอายุไม่เกิน 20 ปี ทั้งนี้ เนื่องจากสมองของคนเราจะพัฒนาต่อเนื่องไปจนยุติเมื่ออายุ 20 ปี การกระตุ้นสมองที่กำลังพัฒนาจะส่งผลแรงกล้ามากกว่าปกติ อาจถึงขั้นเกิดอาการชักเกร็งและอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย รุนแรง

ทั้งนี้ ในฟอรั่มเฉพาะของกลุ่มผู้ใช้ซีทีดีเอสบนเว็บไซต์ "เรดดิท" มีผู้เปิดเผยประสบการณ์ด้านลบเอาไว้มากมาย อาทิ เกิดอาการเหมือนผิวบริเวณดังกล่าวถูกไฟลวก หรือกลายเป็นคนโกรธง่ายและโกรธบ่อยมาก เป็นต้น