Forteens

นั่น "โยคะเด็ก" หรือ "ทารุณทารก"? ไม่ช่วยให้เด็กฉลาด เสี่ยงสมองอักเสบ!!

แทบกรี๊ด! หมอกุมารเวชทารกแรกเกิด เตือนพ่อแม่เด็กไทยอย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ เพราะคลิปโยคะทารก จับเด็กเหวี่ยงแขนขาไปมา ห้อยหัว ดึงคอ ไม่ใช่โยคะแต่มันคือ “การทารุณกรรมเด็ก” ย้ำเด็กจะฉลาดไม่ได้อยู่ที่พาลูกไปทำโยคะ หรือทำสปา เพราะยังมีส่วนประกอบหลายอย่างผสมผสานขัดเกลากว่าเด็กจะฉลาดจนว่านอนสอนง่าย

 

** "โยคะเด็ก" พ่อแม่หลงผิด เด็กอันตราย

 

กลายเป็นประเด็นให้วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง เมื่อเฟซบุ๊กแฟนเพจอย่าง “เพจคลิปเฟซบุ๊ก” โพสต์คลิปหญิงสาวใส่เสื้อสีขาวคล้ายเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ กำลังทำ “โยคะทารก” กับทารกน้อยวัยไม่กี่เดือน ด้วยการจับแขนเหวี่ยง จับขาห้อยหัว รวมถึงจับคอทารกแล้วยกขึ้น โดยมีความยาว 54 วินาที พร้อมระบุข้อความว่า

“#พ่อแม่ไม่ควรทำเองเด็ดขาด #เป็นการออกกำลังกายของหมอเด็ก ให้เลือดหมุนเวียนในร่างกาย #พ่อแม่ไม่ควรทำเองเด็ดขาด #ต้องหมอเฉพาะทาง เป็นเรื่องปกติของเมืองฝรั่งที่ออกกำลังให้เด็กแบบนี้ ทำให้เลือดไหลเวียนสู่กล้ามเนื้อหัวใจ”

 

ทันทีที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปยังโลกโซเชียลฯ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนให้เหล่าคนมีลูกและไม่มีลูกออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแกว่งเด็กทารกแรกเกิดไปมาเช่นนี้ เพราะอาจทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเป็นโรค "Shaken Baby Syndrome" ซึ่งเป็นโรคที่เกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี อันมีสาเหตุมาจากการถูกเขย่าตัวแรง ๆ บ่อยครั้ง บ้างกล่าวว่า หากเด็กแขนหลุดไปทำจะเช่นไร เพราะกระดูกเด็กยิ่งอ่อนๆ อยู่ บ้างก็กล่าวว่าแม้จะเป็นการออกกำลังกาย แต่ดูแล้วก็ยังน่ากลัว หากพลาดขึ้นมาเด็กเกิดพิการงานนี้ยุ่งเลย เห็นแล้วสงสารเด็กรับไม่ได้อยากจะร้องให้ เป็นต้น

 

ขณะที่เพจดังอย่าง Drama-addict แอดมินของเพจได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นเช่นกันว่า “เห็นคลิปแบบนี้หมอเด็กร้องกรี๊ดครับ หมอเฉพาะทางก็ไม่ทำ หมอทั่วไปก็ไม่ทำ พยาบาลก็ไม่ทำกัน เพราะมันอันตรายและเสี่ยงต่อชีวิตเด็กมากๆ การจับเด็กดัดไปมาหิ้วแขนเหวี่ยงแขน จับห้อยหัวเหวี่ยงไปมาแบบนี้ มันเกิดผลเสียต่อเด็กอย่างรุนแรงได้ ที่น่ากลัวที่สุดคืออาจมีเลือดออกในสมองหรืออวัยวะภายในเด็กได้ หรือที่เรียกว่า shaken baby syndrome ถึงตายได้เลยทีเดียว

การทำเช่นนี้มีที่มาจากรัสเซีย คือพ่อแม่รัสเซียกลุ่มหนึ่งเชื่อว่า ทำเช่นนี้แล้วดีกับเด็ก เลยจับเด็กเหวี่ยงไปมาอ้างว่าดีกับเด็ก แล้วก็แพร่ระบาดไปหลายๆ ประเทศทั่วโลก ที่ญี่ปุ่นก็มีพวกองค์กรอิสระที่ตั้งมาเผยแพร่การเหวี่ยงเด็กแบบนี้ ตอนปี 2014 มีเด็กตายไปคนหนึ่ง จากเลือดออกในสมองกับอวัยวะภายในล้มเหลวแบบว่าน่วมไปทั้งตัว แต่เตือนพ่อแม่พี่น้อง อย่าทำตามแบบในคลิปเด็ดขาด มันไม่ใช่หลักการแพทย์ เป็นหลักอะไรก็ไม่รู้”

** แพทย์ชี้ นี่คือการทารุณเด็ก!!

 

ด้าน พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด รพ.บีเอ็นเอช เผยว่า จากคลิปที่กำลังเป็นกระแสอยู่ขณะนี้กรณีที่มีผู้หญิงจับเด็กทารก ดึงคอ เหวี่ยงแขน ห้อยขา ในลักษณะผาดโผน หนำซ้ำโลกออนไลน์ยังพากันบอกว่าการกระทำเช่นนั้นคือ การทำโยคะทารก หรือโยคะเด็ก หมออยากบอกว่าไม่ใช่เลย มันคือ “การทารุณกรรมเด็ก” มากกว่า

 

“เพราะการกระทำนั้นเขาไม่เรียกว่าโยคะ แต่เขาเรียกว่าการทารุณกรรมเด็กมากกว่า หมอมองว่าถ้าคนที่เขาศึกษาทางด้านโยคะมาอย่างแท้จริง เมื่อมาเห็นคลิปนี้คงจะกรี๊ดเสียงหลง เพราะการเล่นโยคะจะเป็นการค่อยๆ เล่น ค่อยๆ ยืดกล้ามเนื้อ ไม่มีการผาดโผน การกระทำเหมือนในคลิปบอกได้เลยว่าไม่มีประโยชน์อะไรกับเด็กเลย มีแต่อันตราย”

 

พร้อมทั้งยังบอกอีกว่า ตรงส่วนที่ยึดระหว่างศีรษะกับสมองเด็กไว้จะเปราะบาง ดังนั้นหากมีแรงกระทบกระเทือนแรงๆ อาจจะฉีกขาด ส่งผลถึงสมอง ทำให้เกิดอันตรายได้ รวมถึงจอประสาทตาของเด็กก็มีโอกาสที่จะหลุดลอก ทำให้เด็กตาบอดได้ รวมถึงหากทำแล้วเด็กหลุดมือตกจากที่สูง หรือว่าตามเอ็นข้อต่อ กระดูก ชิ้นส่วนต่างๆ มีเอ็นฉีกขาด หรือข้อต่อหลุดโดยเฉพาะบริเวณข้อศอก เนื่องจากอวัยวะส่วนนี้ของเด็กยังไม่แข็งแรงดี

สำหรับอุบัติเหตุในเมืองไทยที่พบส่วนใหญ่มักเกิดจากเด็กพลัดตกจากที่สูง เพราะเด็กบางคนวัยประมาณ 3-4 เดือนเริ่มพลิกคว่ำ พลิกหงาย เวลาที่พ่อแม่เปลี่ยนผ้าอ้อม และละสายตาไปหยิบของ อาจทำให้เด็กตกจากที่สูงได้ รวมถึงอุบัติเหตุต่างๆ บนท้องถนน เช่น การไม่ให้เด็กนั่งคาร์ซีท หรือให้เด็กนั่งคาร์ชีทไม่ถูกวิธี เป็นต้น

 

คุณหมอยังฝากบอกถึงพ่อแม่ที่มีลูกน้อยอีกว่า อย่าไปหลงเชื่อการกระทำดังเช่นในคลิป เพราะเป็นการขี้โม้ ที่ประกาศสรรพคุณว่าหากทำเช่นนี้แล้วจะช่วยให้เลือดใหลเวียนเข้าสู่หัวใจได้ดี ซึ่งความจริงไม่ใช่เลย เพราะวิธีการแบบนี้ไม่มีงานวิจัยอะไรออกมารองรับ ใครอยากจะพูดอะไรก็พูด แล้วพ่อแม่ก็หลงเชื่อไปเอง

 

การพาเด็กไปว่ายน้ำตั้งแต่ยังเป็นเบบี๋ หากถามว่ามีประโยชน์จริงมั้ย หมอบอกได้เลยว่า ไม่ได้มีประโยชน์อะไร เพราะสุดท้ายเด็กคนนี้จะเรียนหนังสือเก่ง เด็กคนนี้จะกลายเป็นนักกีฬาแชมป์โอลิมปิกก็ไม่ใช่ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย เป็นเพียงการตลาดของเขาเท่านั้น ดังนั้นแล้วอย่าไปเชื่ออะไรง่ายๆ

 

“พัฒนาการเด็กยังมีอีกหลายๆ อย่างที่ทำให้เด็กกว่าจะเติบโตขึ้นมาได้ ทั้งพันธุกรรม การเลี้ยงดู เรื่องอาหารการกิน ไม่ใช่ว่าไปเชื่อใครง่ายๆ ที่บอกว่าทำโยคะสิ ทำแบบนี้แล้วลูกจะฉลาด ลูกจะเก่ง หมอยืนยันได้เลยว่าไม่มีทาง”

** ยังมั่นใจได้อีก! ครูรัสเชียเชื่อ ช่วยเด็กสมองดี

 

ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนเคยมีคลิปวิดีโอหญิงชาวรัสเซียรายหนึ่งสาธิตการทำโยคะเด็กด้วยการจับแขนจับขาเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา เผยแพร่ไปทั่วโลก จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโหดร้ายกันอย่างหนาหู

ขณะที่หลายคนต่างตั้งข้อสังเกตว่าเด็กที่หญิงรัสเซียคนนี้จับมาเหวี่ยงนั้นเป็นเพียงตุ๊กตาเท่านั้น แต่ล่าสุด เรื่องราวของการทำโยคะเด็กได้กลับมาเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง เมื่อ เลนา โฟกินา หญิงผู้ทำโยคะเด็ก ได้ออกมายืนยันว่า เด็กที่เธอนำมาทำโยคะเด็กนั้นเป็นเด็กทารกจริงๆ และการทำโยคะเด็กที่หลายคนมองว่าโหดร้ายนั้น จริงๆ แล้วมันเป็นประโยชน์กับทารกมากๆ

เลนา โฟกินา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการออกกำลังกาย วัย 51 ปี ชาวรัสเซีย เคยทำโยคะเด็กให้กับทารกวัยเพียง 2 สัปดาห์ ด้วยวิธีการจับแขนขาเด็กทารก แล้วเหวี่ยงร่างเด็กไปมารอบตัวหลายท่วงท่า เพื่อเป็นการยืนยันว่าเด็กทารกที่เธอนำมาเหวี่ยงนั้นเป็นเด็กทารกที่มีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่ตุ๊กตาเด็ก

 

“แต่จริงๆ แล้วเด็กทารกทุกคนนั้นควรได้รับการฝึกเพื่อพัฒนาร่างกายและสติปัญญาตั้งแต่ยังเด็ก อย่างการทำโยคะเด็กนี้ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยได้ แม้ว่ามันอาจจะดูเป็นวิธิที่อันตรายและน่าหวาดเสียวอยู่บ้าง แต่มันก็เป็นประโยชน์กับเด็กทารกมากและไม่อันตรายเลย แม้ว่าเด็กส่วนใหญ่จะร้องไห้หรืออาเจียนออกมาในตอนแรกๆ แต่เมื่อทำบ่อย ๆ แล้วเด็กก็จะสนุกกับการทำโยคะแบบนี้เอง” เลนา โฟกินา กล่าว

 

นอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่า สำหรับการทำโยคะเด็กแบบนี้นั้น แรกเริ่มเดิมทีเป็นศาสตร์ของชนพื้นเมืองโบราณในแอฟริกา และถูกนำมาพัฒนาต่อยอดให้เป็นโยคะเด็กสมัยใหม่โดย ดอกเตอร์อิกอร์ คาโกฟสกี้ ผู้ซึ่งเป็นวิทยากรหลักในการอบรมโยคะเด็กคู่กับเธอ ซึ่งการทำโยคะเด็กนั้น สามารถใช้กับเด็กตั้งแต่ 1 เดือนถึง 2 ขวบเลยทีเดียว จะใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้นในการจับแขนขาเด็กเหวี่ยงไปมา แต่จะมีประโยชน์มาก เพราะจะช่วยพัฒนาเรื่องกล้ามเนื้อและกระดูกของเด็ก ทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีและมีสุขภาพที่ดี และมีสติปัญญาดีด้วย โดยเด็กๆ ที่ทำโยคะแบบนี้บ่อยๆ จะสามารถเขียนอ่านได้เร็วขึ้น พูดได้เร็วขึ้น

 

เรื่องแบบนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนเป็นพ่อเป็นแม่ว่าจะเลือกสิ่งไหนให้แก่ลูกน้อยที่พวกเขารัก แต่ที่แน่ๆ ถ้าไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายๆ อย่าลองโยคะเด็กโหดๆ ดังเช่นในคลิปนี้เลย สงสารเด็กน้อยวัยกำลังน่ารัก...

 

ขอขอบคุณ  ผู้จัดการ ออนไลน์