Forteens

มุมส่วนตัวพ่อแม่ไม่เกี่ยว

" แม่เข้ามาค้นห้องหนูได้ไง"

" ไม่เห็นแปลกเลย ก็แม่เป็นแม่นะ"
" วันก่อนก็แอบฟังหนูคุยโทรศัพท์"
" ทำไม…หรือมีความลับที่แม่รู้ไม่ได้"

คุ้นๆ ไหมครับ หลายบ้านคงเคยได้ยินอะไรคล้ายๆ อย่างนี้มาบ้าง (หรือบ่อยๆ ?)

มีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยเลยที่รู้สึกว่า ในฐานะของพ่อแม่ตัวเองย่อมมีสิทธิ์ เข้าไปสำรวจห้องนอน แอบอ่านไดอารี่ แอบฟังโทรศัพท์ เปิดอ่านจดหมาย รวมทั้งเจ้ากี้เจ้าการกับเรื่องส่วนตัวของลูกได้ตลอดเวลา ทั้งยามปกติ และเมื่อเห็นอะไรชักขัดหูขัดตา

 

ไม่วายที่ฝ่ายลูกจะยืนกรานเสียงแข็งว่า เรื่องเหล่านี้ของเขาคือ อาญาเขตส่วนตัว ที่พ่อแม่ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอันขาด


จะเชียร์มุมไหนดีละนี่ ?

ถ้ามองอย่างเป็นกลาง ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีส่วนถูก และส่วนผิดครับ พูดอย่างนี้หลายคนคงเกิดคำถามขึ้นในใจว่า… ตกลงพ่อแม่อย่างเราๆ มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของลูกวัยรุ่นได้หรือไม่ แค่ไหน และอย่างไร

ให้…ในขอบเขต
มีคนเคยทำวิจัยไว้ว่า ปัญหาในเด็กวัยรุ่น โดยเฉพาะปัญหาใหญ่ๆ เช่น การใช้ยาเสพย์ติด จะลดลงเมื่อพ่อแม่เคารพในความเป็นส่วนตัวของลูก เนื่องจากจะทำให้ลูกรู้สึกมั่นคงปลอดภัย และไม่ต้องต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ได้มาซึ่งอิสระ (ซึ่งวัยรุ่นทุกคนต้องการ) ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันดีขึ้น

 

นอกจากนี้ ความเป็นส่วนตัวยังช่วยให้วัยรุ่นเติบโตแบบรู้จักคิด พัฒนาความเป็นตัวเอง และมีความรับผิดชอบในชีวิตตัวเองด้วย

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับว่า พ่อแม่ควรให้ความเป็นส่วนตัวแก่ลูก แต่ที่สำคัญคือ ต้องมีขอบเขตกำกับด้วย เพราะถ้าเอะอะอะไรก็อ้างว่า เป็นเรื่องส่วนตัว บ้านคงวุ่นวายน่าดู ก็เหมือนการอยู่ร่วมกันในสังคมนั่นแหละครับ และกฎที่พ่อแม่ควรตกลงกับลูกให้ชัดเจน ก็เช่น
ห้องของลูกจะเป็นที่ส่วนตัว ตราบ ที่ลูกยังคงรักษาความสะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ " สิทธิ์ในความเป็นส่วนตัวของลูก ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบนะจ๊ะ"


ความเป็นส่วนตัวของลูกต้องไม่ล่วงล้ำผู้อื่น เช่น ไม่ทำเสียงดัง เปิดเพลงรบกวนคนในบ้าน หรือจองใช้โทรศัทพ์อยู่คนเดียว…ห้ามใครแตะ
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ยังคงต้องมีอยู่ ความเป็นส่วนตัวไม่ได้หมายความว่า ลูกจะมีสิทธิ์เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ออกมาเฉพาะเวลากินข้าว และไม่ยอมทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัวเลย (ยกเว้นในบางสถานการณ์ เช่น อ่านหนังสือสอบ)
มีสิทธิ์น่ะใช่…แต่…


ความคิดที่ว่า พ่อแม่มีสิทธิ์เข้าไปค้นห้อง หรือแอบอ่านไดอารี่ของลูกได้ทุกเมื่อนั้น ไม่ใช่ความคิดที่ถูกนักหรอกครับ
" ลูกก็ลูกเรา บ้านก็บ้านเรา" มันก็จริงอยู่ แต่ลองคิดในมุมกลับดูนะครับว่า ถ้าหากมีคนเข้าไปค้นห้องของคุณโดยไม่ได้ขออนุญาตบ้าง คุณจะรู้สึกอย่างไร ?

ส่วนใหญ่แล้ว ปฏิบัติการที่ว่าของพ่อแม่ มักเริ่มมาจากความอยากรู้อยากเห็นเป็นหลัก และบ่อยครั้งก็ไม่มีเหตุผลที่สมควรและหนักแน่นพอ ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดประโยชน์อะไรเลย นอกจากนั้น ยังเป็นการทำลายความเชื่อมั่น ระหว่างกันเสียเปล่าๆ

ก่อนจะก้าวเข้าไปในอาณาบริเวณส่วนตัวของลูก พ่อแม่ควรถามและตอบตัวเองอย่างใจเป็นกลางว่า สิ่งที่กำลังจะทำนั้น มีเหตุผลสมควรแล้วหรือไม่ ถ้าหากไม่ ก็น่าจะหยุดครับ เพราะดีไม่ดี จากที่ลูกไม่มีปัญหาอะไร อาจกลับกลายมีปัญหาจากการกระทำของพ่อแม่เอง

แต่หากพ่อแม่เห็นบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลและน่าเป็นห่วง เช่น โกหกบ่อยครั้ง ฝ่าฝืนข้อห้ามต่างๆ โดดเรียนเป็นประจำ ผลการเรียนหล่นฮวบ พยายามหลบหน้า และมีความลับ พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ฯลฯ พ่อแม่มีเหตุผลสมควรอย่างยิ่งครับ ที่จะสืบหาสาเหตุของเรื่องเหล่านี้… ไม่ว่าจะวิธีการใดก็ตาม

ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่ว่า มีหรือไม่มี สิทธิ์ หรอกนะครับ หากเพราะนี่เป็น หน้าที่ ซึ่งพ่อแม่พึงรับผิดชอบต่อลูกต่างหาก
แต่ถ้าที่สุดแล้ว พบว่าสิ่งที่สงสัยนั้นผิดพลาด ลูกควรได้รับคำสารภาพ อธิบาย และขอโทษจากพ่อแม่ โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ

อย่าปล่อยให้กลายเป็นแผลในใจ ที่อาจลุกลามขึ้นมาในวันหน้าเลยครับ

 

ลูกอาจต้องการสื่อสาร
เรื่องนี้อาจฟังดูตลก แต่ก็เกิดขึ้นมาแล้ว นั่นคือ วัยรุ่นหลายคน จงใจ ให้พ่อแม่ได้อ่านไดอารี่ สมุดโน้ต หรือจดหมายส่วนตัวของตน โดยทำเป็นลืมไว้ในที่ต่างๆ ที่เขาแน่ใจว่าพ่อแม่จะเห็น และคงอดหยิบอ่านไม่ได้ (เรียกว่าเข้าใจธรรมชาติของคนเป็นพ่อแม่น่ะครับ) ด้วยอาจต้องการสื่อสาร และปรึกษาบางเรื่องกับพ่อแม่ แต่ไม่กล้าพูดตรงๆ เช่น เรื่องแฟน ปัญหาที่ร้ายแรง หรือประเด็นที่อ่อนไหวต่างๆ

ลองสังเกตดูหน่อยครับว่า ลูกแกล้งลืมอะไรอย่างที่ว่าให้เห็นบ่อยๆ (มากกว่าสองหรือสามครั้ง ในที่ที่ไม่น่าลืมไว้) หรือเปล่า แต่ต้องดูดีๆ ให้แน่ใจล่ะครับ ว่าไม่ใช่เป็นเพราะเขาขี้ลืมจริงๆ

 

ถ้าไม่มีห้องส่วนตัว
ห้องส่วนตัว กับ ความเป็นส่วนตัว แม้ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสียทีเดียว แต่ก็เกี่ยวพันกันครับ บางบ้านอาจมีปัญหา ไม่สามารถจัดหาห้องส่วนตัวสำหรับลูกได้ หรือจำต้องอยู่ในพื้นที่เปิด พ่อแม่ควรหามุมหรือพื้นที่ส่วนตัวให้ลูก อาจจะเป็นโต๊ะเขียนหนังสือ ลิ้นชัก หรือตู้เก็บของ ซึ่งอาญาเขตเหล่านี้ พ่อแม่ไม่ควรก้าวเข้าไปล่วงล้ำ (โดยไม่จำเป็น) เด็ดขาด

 

ขอขอบคุณ  teen&family