Forteens

เลี้ยงลูกเชิงบวก

ผู้ใหญ่มักใช้วิธีรับมือกับเด็กด้วยความรุนแรง ด้วยหวังว่า จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกเขาได้ แต่หารู้ไม่ว่านี่เป็นวิธีที่ไม่เคยใช้ได้ผล ที่สำคัญคือถือว่าผู้ใหญ่ได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรงไปแล้ว

ทว่าจากนี้ไปหนังสือ การสร้างวินัยเชิงบวก:ความเข้าใจที่ถูกต้อง และวิธีนำไปใช้ (Positive Discipline:What it is an how to do it) โดย ดร.โจน อี ดูแรนท์ จะเป็นคู่มือเลี้ยงลูกเพื่อเป็นแนว ที่ถูกต้องให้กับพ่อแม่

สรรพสิทธิ์ คุมประพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กล่าวถึงการใช้ความรุนแรงกับเด็กว่า มีนัยยะสำคัญทับซ้อนกันอยู่ 2 ประการ คือ ความรู้สึกต้องการสั่งสอนให้เด็กปรับพฤติกรรม และรองรับอารมณ์ของผู้ปกครอง ซึ่งเด็กไม่เคยเข้าใจว่าทำไมจึงถูกทำร้าย และยังมีผลต่อพฤติกรรมเด็กให้มีความรู้สึกหวาดกลัว กังวล และโกรธแค้นด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถตอบโต้ได้ ทั้งยังทำให้เด็กต่อต้านไม่อยากอยู่ใกล้พ่อแม่ แต่เด็กไม่ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างแท้จริง เพราะลับหลังก็ยังเป็นเช่นเดิม

"ไม่ว่าจะเป็นการให้รางวัลหรือลงโทษด้วยการตีก็ไม่ส่งผลดีต่อเด็ก แต่สิ่งที่พ่อแม่ต้องทำคือเป็น role model ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น" สรรพสิทธิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม พัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กแบ่งเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ ในวัยนี้เด็กยังไม่มีพัฒนาการ ด้านคิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผล แต่จะเน้นพัฒนาการด้านอารมณ์พ่อแม่ จึงไม่ควรอบรมด้วยการใช้เหตุผล แต่ต้องใช้วิธีดึงความสนใจ ช่วงวัย 6-12 ปี เป็นช่วงที่เริ่มใช้เหตุผล และอายุ 12-18 ปี เด็กวัยนี้ต้องการโต้เถียงด้วยเหตุผล ข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันก็เป็นวัย ที่ต้องการการยอมรับจากผู้ใหญ่

ดร.สมบัติ ตาปัญญา นักวิชาการจิตวิทยาคลินิก และผู้แปลฉบับภาษาไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการทำวิจัย เกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กพบว่า เมื่อเด็กได้รับความรุนแรงพวกเขา จะซึมซับความรุนแรงเหล่านั้น และเมื่อเติบโต ก็มีมักจะแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง

"เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้คู่แม้จะเขียนโดยนักวิชาการต่างประเทศแต่ ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานการเลี้ยงดูเด็ก ที่สามารถนำมาใช้ได้กับสภาพ ครอบครัวของประเทศไทย ซึ่งยังไงมีแนวคิดความเชื่อว่ารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี" ดร.สมบัติ กล่าว

มร.โดมินิก ปิแอร์ ปลาโต้ ที่ปรึกษาระดับภูมิภาคด้านการป้องกันการล่วงละเมิด และการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก Save The Children Sweden กล่าวว่า มีเด็กทั่วโลกราวร้อยละ 80-90 ที่ได้รับการลงโทษทางร่างกาย และจิตใจ ด้วยเป้าหมายที่ผู้ใหญ่คิดว่านั่นคือ 'การสร้างวินัยให้เด็ก' และปัญหาการใช้ความรุนแรงกับเด็ก ก็มิได้เกิดเฉพาะในครอบครัวยากจน หรือในประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น แม้แต่เด็กๆ ในประเทศตะวันตกก็เผชิญกับความรุนแรงจากครบครัวเช่นกัน องค์กรฯ จึงได้ร่วมรณรงค์ให้วันที่ 30 เม.ย.ของทุกปี ถือเป็น วันแห่งการยุติการทำร้ายเด็กนานาชาติ International Spank Out Day

สำหรับความหมายที่แท้จริงของ การสร้างวินัยเชิงบวก ก็คือการสอนที่ช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จโดยให้ข้อมูลความรู้ และความรักแก่เด็ก รวมถึงการสนับสนุนการเติบโต ของพวกเขาโดยไม่ใช้การทำโทษทางร่างกาย หรือจิตใจ เพราะการลงโทษล้วนทำให้เด็กมีความก้าวร้าวมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต และความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ปกครองกับเด็ก

สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรลืมก็คือ มีเครื่องมืออันทรงพลังอยู่ 2 ประการ นั่นคือ การปฏิสัมพันธ์กับลูกอย่างอบอุ่นรักใคร่ และยอมรับ เพื่อเด็กจะได้รู้สึกปลอดภัย ไม่หวาดกลัวว่าจะถูกตำหนิ หรือตะหวาดใส่หากเขาทำอะไรผิดพลาด เครื่องมืออีกประการหนึ่งก็คือ การสร้างแนวทางสำหรับเด็ก ที่ไม่ได้หมายถึงการลงโทษหรือการขีดกรอบให้เดิน ทว่าแนวทางในที่นี้หมายถึง การให้ข้อมูลและการสื่อสาร

 

ขอขอบคุณ  หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์