Forteens

คาถาป้องกันยาเสพติด

ทุกวันนี้หลาย ๆ ปัญหาในครอบครัว ผู้หญิงส่วนใหญ่เริ่มทวงถามความเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีของผู้ชายยุคนี้กันมากขึ้น ทั้งความใส่ใจ ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ รวมไปถึงการเป็นส่วนหนึ่งของงานในบ้าน และงานเลี้ยงลูก เพราะเท่าที่ผ่านมา ผู้ชายบางคนขีดเส้นแบ่งชัดเจนเลยว่า งานในบ้านคืองานของผู้หญิง 

เมื่อเป็นเช่นนี้ พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต และเลขาธิการสมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทยบอกว่า โอกาสที่เด็กชายรุ่นใหม่จะเติบโตเป็นหัวหน้าครอบครัวที่สร้างความหนักใจให้กับภรรยาย่อมมีมากขึ้น เพราะเขาจะดูต้นแบบจากพ่อ ดังนั้นเราจำเป็นต้องเตรียมคุณลักษณะนิสัยของความเป็นผู้ชายที่ดีไว้ตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อที่เด็กจะได้เติบโตเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีในอนาคต

"พ่อแม่ต้องเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ ไม่ว่าลูกชาย หรือลูกสาวต้องให้มีส่วนร่วมในงานบ้านด้วยกัน ไม่ใช่ลูกสาวทำคนเดียวแล้วบอกลูกชายว่าไม่ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่ของผู้หญิง นอกจากนี้ควรเป็นตัวอย่าง และคอยชี้ผลกระทบให้ลูกชายเห็นว่า การแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลังเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ที่สำคัญต้องสร้างความสมดุลในบทบาทผู้ชายกับผู้หญิงให้ลูกเห็นบ่อย ๆ เช่น พ่อทำงานนอกบ้านแต่ก็ยังกลับมาช่วยแม่ในเรื่องงานบ้านด้วย หรือพ่อคุยกับแม่ด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์เป็นตัวนำ" พญ.พรรณพิมลเผย

เช่นเดียวกับ พญ.วรรณพักตร์ วิวัฒนวงศา อีกหนึ่งจิตแพทย์เด็ก และวัยรุ่น จากโรงพยาบาลเวชธานี ที่เห็นตรงกันว่า การเตรียมลูกชายให้พร้อมสู่การเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีในอนาคต เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาสาเหตุของปัญหาครอบครัวส่วนใหญ่เกิดจากฝ่ายชายเป็นหลัก ทั้งมีเล็กมีน้อย ขาดความรับผิดชอบ ขาดการดูแลเอาใจใส่ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่จะต้องช่วยกันปลูกฝังความเป็นผู้ชายที่ดีให้แก่ลูกชาย โดยมี 4 แนวทางพื้นฐานง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ 

สอนให้ลูกพึ่งพาตัวเอง

วินัย และความรับผิดชอบเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นสิ่งที่เจ้าตัวเล็กควรเรียนรู้ตั้งแต่วัยเด็ก เริ่มง่าย ๆ จากสอนให้เขารู้จักเก็บของเล่นให้เป็นที่ ดูแลร่างกาย และสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวให้สะอาด เป็นระเบียบ ตลอดจนช่วยเหลือคุณแม่รับผิดชอบงานบ้าน ซึ่งการพึ่งพาตัวเอง และรู้จักดูแลงานในบ้าน เป็นตัวต่อยอดให้เด็กไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่เอาเปรียบภรรยาในอนาคตด้วย

เข้าใจตัวตน และภูมิใจในตัวเอง

การสอนให้เด็กรู้จักตัวเองว่าเขาเป็นใคร อยู่ในสถานะอะไร และมีจุดหมายในชีวิตอะไร ส่งผลให้เขาเติบโตอย่างมีจุดหมาย และมีความเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง ซึ่งปลูกฝังง่าย ๆ ด้วยการสนับสนุนเมื่อลูกทำดี เปิดโอกาสให้ลูกกล้าแสดงออกในเรื่องต่าง ๆ มีส่วนแสดงความคิดเห็น และได้ตัดสินใจบางเรื่องด้วยตัวเอง เช่น เลือกอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัวด้วยตัวเอง แต่พยายามให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมด้วย เมื่อเขาเข้าใจตัวเอง และรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เขาก็จะยอมรับความแตกต่างของเพื่อนมนุษย์ได้ดี 

"เด็กในช่วง 3 ปีแรก เขาจะเริ่มเรียนรู้ว่าเขาคือเพศอะไร อย่างลูกชาย คุณพ่อต้องเป็นต้นแบบให้ลูกชายเห็นในเรื่องของการให้เกียรติคุณแม่ หรือแม้แต่การสอนให้เขารู้จักใช้ความแข็งแรงช่วยเหลือคุณแม่ หรือพี่สาวทำงานบ้าน ไม่ใช่ใช้ความแข็งแรงไปรังแกคนอื่น โดยเฉพาะผู้หญิง สิ่งเหล่านี้จะค่อย ๆ ซึมซับ และหล่อหลอมให้เขาภูมิใจ และเติบโตเป็นผู้ชายที่ให้เกียรติ และเคารพในความเป็นผู้หญิง ซึ่งถ้าเขามีครอบครัว เขาก็จะดูแล และช่วยเหลือภรรยาเป็นอย่างดี" พญ.วรรณพักตร์กล่าวเสริม

รู้จักสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิด

การสร้างความสัมพันธ์ เป็นทักษะทางสังคมที่จะเป็นตัวต่อยอดในการสร้างครอบครัวที่ดีในอนาคต ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรทำให้ลูกเห็น และสัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิด เริ่มง่าย ๆ จากในบ้านก่อน เช่น การให้ความรัก ความอบอุ่น ไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา รวมไปถึงต้นแบบความสัมพันธ์ของพ่อคือสิ่งที่ลูกชายกำลังเรียนรู้ ถ้าคลี่คลายปัญหาด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง เจ้าตัวเล็กของคุณจะรู้จักยืดหยุ่น และพร้อมปรับตัวเข้าหาคนอื่น ๆ ได้ดี

มีมโนธรรมในหัวใจ

การมีมโนธรรมในหัวใจ คือการควบคุมภายในจิตใจ เป็นระบบความคิด และความรู้สึก ซึ่งช่วยให้เด็กรู้จักตัดสินว่าการกระทำอะไรถูก อะไรผิด มีความละอายใจทั้งต่อหน้าและลับหลัง ดังนั้นการเป็นต้นแบบที่ดีของการแสดงน้ำใจ รู้จักแบ่งปัน และแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่เด็กจะเลียนแบบและเข้าถึงจิตใจของผู้อื่น นอกจากนี้ การตั้งกฎกติกาขึ้นในบ้านจะทำให้ลูกอยู่ในขอบเขต เข้าใจคำสั่ง ต่อยอดไปสู่การเคารพกฎกติกาของผู้อื่นในสังคม โดยเฉพาะความซื่อสัตย์ต่อเพื่อน แฟน และภรรยาในอนาคต

เห็นได้ว่า เรื่องราวเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องยากใด ๆ เลย ถ้าคุณพ่อคุณแม่ใส่ใจ และค่อย ๆ สอดแทรกอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า ลูกชายของคุณจะเติบโตเป็นสุภาพบุรุษ และเป็นสามีที่น่ารักของทั้งภรรยาและพ่อตาแม่ยายในอนาคตอย่างแน่นอน

 

ขอขอบคุณ  หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ