Forteens

การเตรียมลูกเข้าสู่วัยรุ่นที่ สดใส ร่าเริง และมีคุณภาพ

วัยแรกรุ่นเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลง คุณพ่อคุณแม่หลายท่าน อาจรู้สึกหนักใจว่า ทำไมนะตั้งแต่ลูกเริ่มเข้าวัยรุ่น (12 ปีขึ้นไป) เขาช่างหงุดหงิดง่าย พ่อแม่เตือนนิดเตือนหน่อยก็ไม่ได้ จนรู้สึกเบื่อหน่ายกับลูกเหลือเกิน "อย่าเพิ่งโกรธเคืองลูก" เพราะลูกเองก็วิตกกังวลในความเปลี่ยนแปลงของตัวเองไม่น้อยไปกว่าท่าน เขายังต้องการเวลา และผู้ที่จะช่วยให้ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเอง " ก็มีแต่พ่อแม่นี่แหละ ที่จะช่วยลูกได้ดีที่สุด"

วัยรุ่นมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม

การแตกเนื้อหนุ่ม (สาว) เนื่องจากการทำงานของฮอร์โมนเพศมากขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ขนาดน้ำหนักทรวดทรงของร่างกายอย่างรวดเร็ว เช่น การมีประจำเดือน การหลั่งน้ำกาม เสียงแตก ตลอดจนการมีความรู้สึกทางเพศ ทำให้วัยรุ่นเกิดคำถามในใจมากมายว่า " อะไรเกิดขึ้นกับเขา" การเรียนรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธรรมชาติของวัย จะช่วยให้เขาคลายความสงสัย และหวาดหวั่นเหล่านี้ลงไปได้
ใจสับสน อารมณ์ของวัยรุ่นมักเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และดูไม่ค่อยมีเหตุผลนัก เช่น โกรธง่าย ดีใจง่าย เสียใจง่าย ทำให้แสดงออกโดยไม่ค่อยกลั่นกรอง เขาต้องการเวลาสัก 2-3 ปี เพื่อปรับสภาพอารมณ์ที่ผันผวน

อยากเป็นอิสระ อยากมีเสรีของตนเองไม่อยู่ในอาณัติของผู้ใหญ่ มักทำให้วัยรุ่นแสดงท่าทีบางอย่าง ที่ผู้ใหญ่รู้สึกว่าเขาอวดดี ก้าวร้าว ไม่สุภาพอ่อนน้อม หรือท้าทายกฎเกณฑ์ของบ้าน ของโรงเรียน อันที่จริงเด็กวัยรุ่นต้องการการสนับสนุน ให้ได้แสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง อยากรู้สึกเป็นคนสำคัญ เช่น อยากเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ ในบางครั้งอาจแสดงการโต้แย้ง หรือต่อต้านกับพ่อ-แม่ ซึ่งพ่อแม่จำเป็นต้อง สงบ ใจเย็น ให้เขาได้แสดงซึ่งความคิดเห็นส่วนตัว เพื่อพ่อแม่จะได้เข้าใจ และช่วยเสริมในส่วนที่เขาคิดเห็นไม่ถูกต้องได้

อยากเด่น อยากทัดเทียมเพื่อนฝูง ความด้อยในเรื่องรูปร่างหน้าตา การเงิน สภาพทางสังคม และครอบครัวมักทำให้วัยรุ่นรู้สึกมีปมด้อย อย่างรุนแรงมากกว่าเด็กอื่น เขาพยายามกลบเกลื่อนปมด้อยด้วยวิธีต่างๆ เช่นแยกตัวจากกลุ่มเพื่อน แสดงตัวโอ้อวด เพื่อเรียกร้องความสนใจ พ่อแม่ต้องช่วยให้เขาสามารถดึงส่วนดี ของตนเองขึ้นมาทนแทนเพื่อให้เขารู้สึก ที่จะเข้ากลุ่มกับเพื่อน ช่วยชักจูงให้เขารู้สึกเลือกกลุ่มไม่ตำหนิ หรือลงโทษเมื่อเขาประพฤตินอกลู่นอกทางไปบ้าง และควรเปิดโอกาสให้เขาพาเพื่อนมาร่วมกิจกรรมในบ้าน รับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากเขา ก็จะทำให้พ่อแม่มีโอกาส สอดแทรกทัศนคติที่เหมาะสมสู่เขาได้โดยง่าย

อยากรู้ อยากเห็น อยากลอง อยากมีประสบการณ์แปลกใหม่ เพราะทำให้เขาเกิดความภาคภูมิใจ และมั่นใจในตนเองรวมทั้งเป็นการระบายพลังทางร่างกายที่มีมากขึ้น ในวัยรุ่นออกมา การสนับสนุนให้เด็กวัยรุ่นมีกิจกรรม ในทางสร้างสรรค์ทำอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการงาน และทดลองในทางที่ผิดได้

สนใจเพศตรงข้าม และอยากให้เพศตรงข้ามสนใจเขา ต้องการเรียนรู้ด้วยตนเอง ต้องการมีกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อเรียนรู้การวางตนให้เหมาะสม กับเพศของเขาการเตรียมวัยรุ่นให้เข้าใจบทบาทของเพศหญิง และชาย โดยเปิดโอกาสให้เขาได้สังคมกับเพื่อนต่างเพศ ในสายตาของท่านจะดีกว่าการปิดกั้น ความต้องการนี้อย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจยิ่งทำให้เด็กหนีไปสังสรรค์ ในที่ลับตาผู้ใหญ่ แล้วเกิดพลาดพลั้งโดยรู้ไม่เท่าทันชีวิต

อยากรู้จักตัวเอง ความสับสนในการแสวงหาเอกลักษณ์ของตนเอง ทำให้วัยรุ่นเกิดความมั่นใจว่า "จะเป็นเหมือนใคร" "จะเป็นหญิงหรือชาย" ซึ่งการเป็นแบบอย่างที่ดี การแสดงบทบาทที่เหมาะสมของพ่อแม่ และความสงบสุขในครอบครัว จะช่วยให้เขารู้สึกมั่นคง และภาคภูมิใจที่จะเลียนแบบเอกลักษณ์ จากบุคคลที่ที่เขาชื่นชอบซึ่งก็คือ พ่อแม่นั่นเอง

พ่อแม่คือผู้สร้างและเสริม อย่าลืมว่าพ่อแม่คือผู้ใกล้ชิดกับลูกมากที่สุด และสามารถถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติที่ดีให้แก่ลูกโดยเฉพาะการป้องกันความผิดพลาด ในเรื่องเพศ ดังนั้น พ่อแม่ควรสนใจรับฟังให้ความเข้าใจอบอุ่น เป็นกันเอง และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก สังคมได้อย่างมีคุณภาพ เมื่อไรก็ตามที่ท่านรู้สึกหนักใจเกี่ยวกับลูกวัยรุ่น โปรดทบทวนธรรมชาติดังกล่าวของวัยรุ่น และสนองตอบอย่างอดทน และใจเย็น

 

ขอขอบคุณ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต