Forteens

ปราบเซี้ยว"ลูกโทน" กะเทาะ"ไข่ในหิน"

ด้วยปัจจัยด้านเศรษฐกิจและเวลา ครอบครัวไทยในสังคมเมืองจึงนิยมมีลูกคนเดียว เพราะพ่อแม่คิดว่าจะทุ่มเทเวลาที่มีไม่มากนักรวมถึงวัตถุ และความรักให้กับลูกได้อย่างเพียงพอ

" เด็ก" จึงเป็นศูนย์รวมความรักของทุกคนในบ้าน ได้รับการฟูมฟักเอาอกเอาใจ ได้ทุกสิ่งตามที่ต้องการ รวมไปถึงการเลี้ยงดูที่เข้มงวด ระแวดระวังภัยห่วงใยเหมือนไข่ในหิน ซึ่งในบางครั้งทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พ.ญ.วันเพ็ญ บุญประกอบ หน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และกรรมการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กล่าวว่า เด็กที่เป็นลูกคนเดียวหรือหลานคนเดียว ส่วนใหญ่มีญาติผู้ใหญ่หลายคนให้ความรัก ความสนใจมาก เด็กจึงได้รับความรักความเอาใจใส่เต็มที่ ทำให้เป็นเด็กฉลาด ภาษาเจริญดี มีคำพูด และความคิดคล้ายผู้ใหญ่ หรือมีคำพูด และเหตุผลที่ทำให้ผู้ใหญ่คล้อยตาม

แต่ในด้านจิตใจกลับอ่อนไหวง่าย มีอารมณ์เป็นเด็กกว่าวัย และขาดทักษะในด้านมนุษยสัมพันธ์ ที่ดีกับเพื่อน เวลาเล่นจะเอาแต่ใจ แสดงอารมณ์กราดเกรี้ยว จึงมักโดนเพื่อนแกล้ง รังแกอยู่เสมอ เพราะเพื่อนๆ ไม่ชอบ และอาจเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เพื่อนไม่เล่นด้วย

เมื่อเด็กอยู่บ้านเขาอาจทำอะไรได้ทุกอย่าง รวมถึงได้ทุกสิ่งที่ต้องการโดยไม่มีใครขัดใจ ถ้ามีใครห้ามบ้าง เด็กจะใช้ความฉลาด และการเจรจาพาทีที่ทำให้ผู้ใหญ่ยอม เด็กที่ถูกตามใจอยู่ประจำจึงไม่ค่อยอดทน และเล่นกับเพื่อนๆ ด้วยกันไม่ค่อยเป็น กล่าวคือทักษะด้านสังคมและอารมณ์มีน้อย และไม่ค่อยรู้วิธีการเล่นอย่างเด็กๆ ถ้าเมื่อไรที่ผู้ใหญ่พยายามอธิบายในทำนองให้เขามีน้ำใจกับเพื่อน หรือสอนเขา เด็กจะโกรธและไม่รับฟัง เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้ไวมากต่อการรู้สึกถูกตำหนิติเตียน หรือการที่เขารู้สึกว่าเป็นผู้ผิด เพราะเด็กรู้สึกว่าเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ

ฉะนั้นการช่วยเหลือให้เด็กมีความสุขขึ้น ปรับตัวได้ พัฒนาตนในด้านสังคม และอารมณ์ได้ ควรอาศัยองค์ประกอบทางครอบครัว และทางการแพทย์ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ปรึกษาจิตแพทย์เด็ก และวัยรุ่นย่อมเป็นการดีที่จะได้ประเมินเด็กและช่วยเหลือถูกทาง อีกทั้งควรมีกฎกติกาที่ทำร่วมกันในครอบครัว รับฟัง ถามความคิดเห็น ทำความเข้าใจและให้กำลังใจเด็ก ขณะเดียวกันต้องให้โอกาส และฝึกเด็กช่วยเหลืองานบ้าน ช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อฝึกการแบ่งปัน การให้ และการอดทนรอคอย

นอกจากนี้ ทางครอบครัวควรหาเพื่อนที่มีเพศ และวัยเดียวกันที่มีลักษณะการเล่นไม่รุนแรง ให้เด็กสัก 1-2 คน ถ้าเป็นเพื่อนร่วมชั้นได้จะดีมาก เพราะเด็กได้มีเพื่อนสนิทในโรงเรียน ได้ไปมาหาสู่กัน เล่นด้วยกัน และไปไหนด้วยกันบ้าง โดยมีผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายช่วยกันดูแล โดยเฉพาะในเวลาเด็กเล่น หรือทำกิจกรรมควรสอนถึงวิธีการให้ และการอยู่ร่วมกัน

การหาชั้นเรียนที่เป็นกลุ่มกิจกรรมพิเศษ ทั้งการเล่นดนตรี กิจกรรมศิลปะ การกีฬา และกิจกรรมที่ได้เป็นส่วนร่วมทั้งหลาย เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สอนให้เด็กเรียนรู้การควบคุมอารมณ์ และพฤติกรรมของตนเอง และรู้จักคิดถึงความรู้สึกคนอื่น เพราะกิจกรรมทำให้เด็กได้แสดงออก เพลิดเพลิน และมีกลุ่มเพื่อน เช่น ในปัจจุบันมีหนังสือดีสำหรับเด็กมากมาย พ่อแม่อาจฝึกหัดให้เด็กรู้จักการอ่าน โดยใช้เป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกัน และมีการยกตัวอย่าง หรือชี้แนะตัวอย่างที่น่าชื่นชมให้เด็กเห็นเมื่อมีโอกาส

เด็กที่เป็นศูนย์รวมความรักของบ้านส่วนใหญ่ มีอารมณ์อ่อนไหวเป็นพิเศษ สำหรับครอบครัวที่มีญาติพี่น้องหลายคน หรือมีพี่ที่โตกว่ามาก ต้องระวังการตามใจ และการขัดใจโดยไม่จำเป็น ซึ่งส่วนมากมาจากการรัก จึงมักแหย่เล่นด้วยความเอ็นดู แต่เด็กเล็กยังไม่เข้าใจในการกระทำ จึงนึกว่าเป็นเรื่องล้อเล่นหรือสมมติ ทำให้ขุ่นเคือง เพราะคิดว่าเรื่องใดที่เกี่ยวกับตนเองต้องเป็นจริงเสมอ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และอารมณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรใส่ใจ และเร่งแก้ไข เพราะการเอาอกเอาใจไม่ได้ทำให้เป็นผู้ใหญ่เกินตัว แต่กลับทำให้เด็กอดทนน้อย และถือตนเองเป็นใหญ่จนไม่คิดถึงคนอื่น ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในสังคม

ความรักที่ดีต้องให้ประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น การรู้จักนำความรักที่ได้รับมามากมาย ไปแบ่งปันให้คนรอบข้าง อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี และมีคุณค่า เพียงแต่พ่อแม่ตระหนัก และสอนให้เด็กได้เรียนรู้ เพื่อการเติบโตอย่างสมดุลทั้งใจกาย

สนใจข้อมูลการเลี้ยงลูกอย่างสร้างสรรค์ และปลอดภัย หรือปรึกษาปัญหาพฤติกรรมเด็ก ติดต่อได้ที่ มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก โทร. 0-2412-0738 0-2412-9834 www.thaichildrights.org

 

ขอขอบคุณ ข่าวสด