Forteens

ความเท่าเทียมในบ้าน จุดเริ่มต้นแก้ปัญหาเด็ก

กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ เผยแพร่รายงานเรื่อง "สถานการณ์เด็กโลก 2007" ใจความสรุปว่า ความไม่เท่าเทียมภายในบ้านระหว่างผู้ชาย
และผู้หญิงจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่แย่ลงสำหรับเด็ก และจะย่ำแย่กว่าเดิมในครอบครัวที่ยากจน

ครอบครัวที่ผู้หญิงไม่มีสิทธิไม่มีเสียง มีแนวโน้มที่เด็กในครอบครัวนั้นจะมีภาวะโภชนาการต่ำ

ผลสรุปดังกล่าวมาจากการสำรวจเครื่อง ภาวะการตัดสินในครอบครัวใน 30 ประเทศทั่วโลก พบแนวโน้มที่เห็นได้ชัดว่า ความเท่าเทียมระหว่างชายหญิง เป็นเรื่องสำคัญมากในประเทศกำลังพัฒนา สำหรับการต่อสู้กับความยากจน และปรับปรุงเรื่องสุขภาพในเด็ก

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือในภูมิภาคเอเชียใต้ ประชากรเด็ก 13.4 ล้านคนที่อยู่ในครอบครัวที่ผู้หญิงมีสิทธิมีเสียงเท่าผู้ชาย จะมีภาวะทุพโภชนาการน้อยกว่าถึงร้อยละ 13

"ไม่มีเครื่องมืออะไรสำหรับการพัฒนา ที่จะมีประสิทธิภาพมากไปกว่าพลังของสตรี" นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวและว่า "การกดขี่สตรีในทุกวัยเป็นการตัดสิทธิเด็กในโอกาส ที่จะใช้ศักยภาพของตนเอง ซึ่งทั้งหมดของเด็ก ครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิง"

รายงานยังเชื่อมโยงปัจจัยการขาดโอกาสสำหรับเด็กหญิง และสตรีในด้านการศึกษาและการจ้างงานด้วยว่า นำไปสู่ความยากจนและขาดพลังในสังคม

ในทวีปแอฟริกาบริเวณใต้ซาฮารา ในกลุ่มผู้อ่านออกเขียนได้ เป็นผู้หญิงเพียงร้อยละ 76 เทียบกับอันตราเฉลี่ยทั่วโลกร้อยละ 86

 

สถานการณ์ในภูมิภาคนี้ก็คือมีผู้หญิง 1 ใน 16 คนเสี่ยงที่จะตายในการตั้งครรภ์ หรือใช้แรงงาน เทียบกับอัตราของทั่วโลกที่มีสัดส่วน 1 ใน 74 ราย หรือยิ่งถ้าเทียบกับชาติอุตสาหกรรมแล้ว ยิ่งเห็นความแตกต่าง เพราะสัดส่วนความเสี่ยงมีเพียง 1 ใน 4,000 ราย

ขณะเดียวกันพบว่า บ้านใดที่ผู้ชายควบคุมทุกอย่างจะมีเงินเหลือน้อยในด้านดูแลสุขภาพ และอาหารสำหรับครอบครัว จนทำให้สุขภาพเด็กอ่อนแอ

 

ตัวอย่างในไอโวรี่โคสต์และกานา พบว่าหากรายได้ของสตรีมีมากขึ้น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด สตรีจะใช้เงินเพิ่มให้ครอบครัวในด้านอาหารเพิ่มขึ้น เทียบกับบ้านที่ผู้ชายมีรายได้เพิ่มขึ้น แทบจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ

เป็นผลต่อเนื่องมาว่าเด็กในครอบครัว ที่ใช้จ่ายด้านอาหารน้อยจะมีลักษณะทุพโภชนาการสูง

 

ขณะเดียวกันผู้หญิงในโลก ที่สามยังใช้เวลาในการทำงานบ้านมากกว่าผู้ชาย เฉลี่ยแล้วมากกว่าหลายชั่วโมง ไม่ว่าจะทำงานนอกบ้านหรือไม่

 

"มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ว่า มีสตรีจำนวนมากที่ต้องทำงานบ้านหลายชั่วโมง โดยไม่ได้รับค่าจ้าง ต้องขาดโอกาสที่จะไปหางานทำข้างนอก และแม้แต่ว่าผู้หญิงได้งานทำแล้ว ก็ยังมีค่าจ้างน้อยกว่าผู้ชาย โดยเฉลี่ยแล้วน้อยกว่าร้อยละ 20 เลยทีเดียว" รายงานระบุ

ในหลายๆ ครอบครัวที่ผู้หญิงทำงานนอกบ้าน ลูกสาวของครอบครัวนั้นจะปลีกเวลาจากโรงเรียน เพื่อมาทำงานบ้านและดูแลน้องๆ ดังนั้นการเพิ่มการจ้างงาน และเพิ่มเงินเดือนให้ผู้หญิงจึงเท่ากับเพิ่มพลังในการทำงานบ้านสำหรับผู้หญิงด้วย

ในช่วงท้ายของรายงาน นำเสนอเรื่องบทบาทของสตรี ในครอบครัวที่เชื่อมโยงสู่การเมือง

 

พบว่า หากสตรีมีบทบาทในหน่วยงานของรัฐบาล จะแสดงผลต่อนโยบายที่เน้นเรื่องเด็ก และครอบครัว

แต่เนื่องจากภาวการณ์ในปัจจุบัน มีผู้หญิงน้อยมากที่มีโอกาสเป็นตัวแทนในสภา เป็นผลมาจากผู้หญิงมีระดับการศึกษาต่ำกว่าผู้ชาย ขณะที่ทัศนคติทางสังคม และหน้าที่การงานในสังคมถูกจำกัด


ขอขอบคุณ ข่าวสด