Forteens

พลังแม่" กับการเลี้ยงลูก ในภาวะสังคมวิกฤติ

เพราะพลังแม่..สร้างพลังใจให้ครอบครัว "นิตยสารรักลูก" จึงจัดงานสัมมนาพูดคุยในประเด็นเรื่อง "คุณค่า และพลังแห่งหัวใจในความเป็นแม่ จะสร้างพลังใจให้ครอบครัวได้อย่างไร

ในภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจและสังคมขณะนี้" โดยได้คุณแม่ผู้มากประสบการณ์ จากหลากหลายสาขา อาทิ คุณสู่ขวัญ บูลกุล, ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์, พญ.ระพีพรรณ แสงโสมวงศ์ และคุณสุภาวดี หาญเมธี ฯลฯ มาถ่ายทอดข้อคิดดีๆ ของหน้าที่ความเป็นแม่

 

คุณสู่ขวัญ บูลกุล คุณแม่นักธุรกิจผู้สอนลูกให้มีธรรมะ กล่าวว่า "พลังของแม่เป็นพลังของการผสานพลัง ของคนในครอบครัวเข้าด้วยกันไว้ เมื่อใครมีปัญหาคนในครอบครัวก็ต้องให้กำลังใจ ซึ่งถือว่าทุกคนในครอบครัวเป็นพลังงานที่มอบให้แก่กัน แต่บทบาทของผู้เป็นแม่จะผสมผสานความแตกต่างของคนแต่ละคน ให้เป็นหนึ่งเดียวกันในรูปแบบของแต่ละครอบครัว สิ่งสำคัญในการเลี้ยงดูลูกให้เติบโตเป็นคนดี คือ ธรรมะ-การรู้จักผิดชอบชั่วดี ดังนั้นจึงต้องสร้างพื้นฐานจิตใจของลูกให้ดีที่สุด ด้วยการใส่ทัศนคติให้เขามีวิจารณญาณ และมีมาตรฐานวัดผิดกับถูก เมื่อสิ่งนี้เป็นคุณสมบัติประจำตัวเขา ก็จะกลายเป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันเมื่อเขาโตขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเราใส่ความรักเต็มที่แล้วลูกสัมผัสได้ จะเป็นเกราะป้องกันภัยให้ลูกจากหลายๆ สิ่งได้เช่นกัน"

 

ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์ คุณแม่นักวิชาการผู้สร้างเกราะป้องกันด้วยจริยธรรมให้กับลูก ได้แสดงความเห็นว่ามี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.พลังแม่เป็นพลังที่ไม่มีวันหมด เปรียบเสมือนแบตเตอรี่ที่จะต้องหาวิธีการรีพาวเวอร์ให้ได้ในแต่ละวัน 2.ผู้เป็นแม่มักคิดว่าพลังจะเกิดขึ้นในวันที่มีความผิดปกติ หรือในเวลาที่ต้องการพลังขับเคลื่อน แต่แท้จริงแล้วพลังนี้เป็นพลังที่ใช้ในการขับเคลื่อนทุกๆ วัน หากมีการจัดการไว้ล่วงหน้า ในการเลี้ยงลูกคงไม่มีหลักการที่ตายตัวเสมอไป แต่ต้องรู้จักป้อนแนวคิดที่ดีให้กับเขา แม่กับพ่อจะต้องมีความคิดตรงกัน คือการสร้างเกราะที่ดีให้ลูก ส่วนปัญหาเศรษฐกิจปัจจุบันที่หลายคนเป็นห่วงนั้น โดยส่วนตัวไม่ได้ห่วงเพราะเชื่อว่าถึงอย่างไรประเทศก็ยังคงดำเนินต่อไปได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงในปัจจุบันคือ ด้านสังคมและศีลธรรม ที่ปัจจุบันหาผู้คนที่ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดีได้น้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลยในบ้านเมือง ซึ่งพ่อแม่ต้องเป็นต้นแบบ (Role Model) ที่ดีมีศีลธรรมให้กับลูกด้วย

 

สำหรับ พญ.ระพีพรรณ แสงโสมวงศ์ จิตแพทย์โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวถึงการสอนลูกให้มีวัคซีนใจว่า "สิ่งสำคัญคือเรื่องจิตใจ ที่สามีและภรรยาต้องช่วยให้กำลังใจซึ่งกันและกันก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกก็เป็นบทบาทที่สำคัญ เมื่อไหร่แม่มีความสุข ลูกก็จะมีความสุขด้วย ส่วนเรื่องพลังแม่นั้น เราต้องชาร์ตตลอดเวลา การชาร์ตแบตมันถือเป็นความรัก ซึ่งก็หมายถึงการให้และการรับความรักนั่นเอง ส่วนเรื่องการเลี้ยงดูลูกนั้น พ่อแม่ควรให้วัคซีนใจลูกตั้งแต่ยังเป็นเด็ก คือการฝึกลูกให้รู้จักผิดถูก การจะมีวัคซีนใจพ่อแม่จะต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูก แม้สังคมปัจจุบันจะเน้นวัตถุนิยม แต่หากได้รับวัคซีนใจ เมื่อเขาออกไปสู่สังคมก็จะสามารถใช้ชีวิตได้"

 

ปิดท้ายด้วย คุณสุภาวดี หาญเมธี ประธานกลุ่มบริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงการสอนลูกอย่างมีเหตุผลว่า "แม่คือพลังทุกสิ่งทุกอย่างที่ครอบครัวต้องการ ผู้หญิงจะเรียนรู้ความเป็นแม่ที่เกิดจากสัญชาตญาณ เกิดจากความรัก เกิดจากการสัมผัส จากเสียงลูกร้อง การให้นมลูก ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการเรียนรู้ของคนเป็นแม่ ผู้เป็นแม่ต้องทบทวนตัวเองอยู่ตลอดเวลา ต้องสร้างพื้นฐานจิตใจให้กับลูก เลือกสิ่งที่ถูกสิ่งที่ผิดเพื่อให้ลูกรู้จักเลือก ให้ความรักที่ลูกสัมผัสได้เต็มที่ ให้เวลาอย่างเต็มที่ พูดปฏิบัติอย่างชัดเจน มีเหตุมีผล และที่สำคัญครอบครัวต้องสร้างกติกา ถึงจะทำให้กระบวนการหรือพลังของแม่เข้มแข็งขึ้นมา นอกจากนี้แม่ต้องเป็นต้นแบบที่ดี ต้องรู้จักพาลูกไปในอย่างที่เขาเป็น ไม่ใช่อย่างที่เราเป็น"


ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์