Forteens

แนะวิธีเลี้ยงลูกเมื่อ "ครอบครัวแยก"

อาจจะเป็นเพราะความไม่เข้าใจในชีวิตคู่ ซึ่งไม่สามารถปรับเข้าหากันได้ หรือเป็นเพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว ทำให้คู่รักหลายต่อหลายคู่ ต่างพากันถอยห่างกันคนละก้าว และบางคู่ก็เลือกที่จะแยกทางชีวิตคู่กันโดยปริยายก็มี

ปัจจุบันสถิติ " การหย่าร้าง" ดูจะมีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี จนทำให้เกิด "ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว" เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งมีจำนวนมากประมาณ 3 ล้านครอบครัว

การหย่าร้าง มักส่งผลกระทบไปยังลูกน้อย หลายครั้งที่เด็กเหล่านี้ก่อปัญหาในสังคม ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากขาดความอบอุ่นในครอบครัวนั่นเอง ด้วยเหตุนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงก่อเกิดโครงการครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวขึ้น เพื่อช่วยเหลือครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว สร้างกิจกรรมเพื่อให้พบปะช่วยเหลือกัน และยังมีคุณหมอมาให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกเพียงลำพังด้วย

ฐาณิชชา ลิ้มพานิช ผู้ประสานงานโครงการครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว กล่าวถึงกิจกรรมของชมรมเครือข่ายครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นจะมีความหลากหลาย โดยแต่ละหัวข้อจะมาจากการประเมินและวิจัยมา ว่าพ่อและแม่ควรจะรู้เรื่องอะไร แล้วเชิญแพทย์มาให้ความรู้เพิ่มเติม ซึ่งจะจัดเดือนละ 1 ครั้ง ที่สามารถพูดคุยปรึกษาปัญหากันได้ และการเสวนาที่จะจัดขึ้นปีละ 2-3 ครั้ง

 

" โครงการครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวในปีนี้ มีผู้ให้ความสนใจเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่การเข้าร่วมกิจกรรมก็ยังมีปัญหาตรง ที่พ่อแม่ไม่ค่อยกล้าเข้ามาร่วม อาจจะไม่กล้าเปิดเผยเนื่องจากสภาพอารมณ์จิตใจ แต่อย่างไรก็ตามโครงการก็ยังเปิดรับที่จะช่วยเหลือตลอดเวลา รวมถึงการให้คำปรึกษาทางเวบไซต์ www.familynetwork.or.th ควบคู่กันไปด้วย" ผู้ประสานงานโครงการครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว กล่าว

พร้อมกับให้คำแนะนำคนรอบข้างครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ว่าเพื่อนหรือเครือญาติสามารถช่วยเหลือพ่อหรือแม่ที่มีครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวได้ อย่างน้อยพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกจำเป็นจะต้องผลัดมือกันเลี้ยง ถ้าไม่มีการผลัดมือก็จะไม่มีเวลาเลยแม้แต่จะเข้าห้องน้ำ หรือเวลาเครียดจะหาเวลาคลายเครียดไม่ได้ เพราะลูกต้องอยู่กับเราตลอด 24 ชั่วโมง จึงจำเป็นต้องมีญาติหรือเพื่อนคอยช่วยเหลือ เพื่อให้พ่อหรือแม่คลายเครียดสัก 1-2 ชั่วโมง เพราะสุขภาพจิตที่ดีจะทำให้พวกเขาสามารถเลี้ยงลูกต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ด้าน ภรัณ ปักษานนท์ คุณพ่อที่ต้องทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ในคราเดียวกัน เนื่องจากเขาแยกทางกับอดีตภรรยามานานถึง 4 ปีแล้ว ภรัณ เล่าให้ฟังว่า หย่ากับอดีตภรรยาเมื่อตอนที่ลูกสาวอายุ 5 ขวบ ด้วยทั้งเขาและเธอมีลูกด้วยกัน 2 คน จึงตกลงที่แยกดูแลลูกคนละ 1 คน

" สาเหตุของการหย่าร้างส่วนหนึ่งมาจากการสื่อสารที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากปัจเจกแต่ละคนแตกต่างกันทำให้มองแตกต่าง หลังจากที่หย่าร้างก็ดูแลและสังเกตลูกตลอดเวลา ว่าลูกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ทั้งเรื่องบุคลิกภาพ การพูด และพฤติกรรม ซึ่งผมไม่พบว่าความเปลี่ยนแปลง แต่ผมยังแบ่งเวลาให้ลูกได้เจอกับแม่และน้องทุกเสาร์-อาทิตย์และช่วงปิดเทอม" คุณพ่อภรัณ เล่าถึงภาระของตัวเอง

เพราะการสื่อสารที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้ครอบครัวของภรัณเดินมาถึงทางตัน หลายคนที่ต้องบากบั่นเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว อาจจะโทษว่าเป็นเพราะตัวเอง แต่สำหรับภรัณ เขามีความเชื่อมั่นว่า ถึงอย่างไรเมื่อทุกคนตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตคู่แล้ว ก็อยากมีครอบครัวที่ดีกันทั้งนั้น

 

" ผมเชื่อว่าทุกคนอยากจะมีครอบครัวที่ดี แต่เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ผมก็สงสารลูกเหมือนกัน แต่เมื่อมาร่วมกิจกรรมกับโครงการนี้ ทำให้ผมได้รู้ว่าควรรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง ควรมีกำลังใจที่เข้มแข็ง และต้องก้าวเดินต่อไปให้ดีที่สุด การพูดคุยกับลูกให้เขามองโลกในด้านบวก มองเห็นถึงความสวยงามของชีวิต ต้องแนะนำในสิ่งที่ดี และบอกว่าจริงๆ ความสุขมีอยู่มากมาย เมื่อเจอกับปัญหาให้ยิ้มไว้ก่อน เพราะจะทำให้มีมุมมองในแง่ดี ไม่ใช่มีเพียงแค่กรอบของสังคมที่วัดว่าเขามีเท่านั้นเท่านี้" ภรัณ แนะนำครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวในสังคม

แม้ว่าเด็กที่อยู่ในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว กับเด็กที่อยู่ในครอบครัวปกติจะมีสภาพปัญหาไม่ต่างกัน แต่ถ้าพ่อแม่มีทักษะการเลี้ยงดูพวกเขา และเป็นตัวอย่างที่ถูกต้อง ก็สามารถทำให้เด็กอยู่ในครอบครัวได้อย่างปกติสุข ส่วนเรื่องความอบอุ่นภายในครอบครัว

 

เมื่อลูกขาดความอบอุ่นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายที่เหลืออยู่ต้องพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ดังนั้นทักษะการเลี้ยงดูและการเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นสิ่งสำคัญสำหรับครอบครัวทั้งสองแบบเช่นกัน

เมื่อ "ลูก" คือ "ดวงใจ" ของพ่อแม่ นั่นหมายถึงสมบัติอันล้ำค่าที่พวกเขามี ซึ่งเราเชื่อว่าคงไม่มีพ่อแม่คนไหน ที่คิดจะทิ้งสมบัติอันล้ำค่าชิ้นนี้ไปหรอกนะคะ

บายไลน์ / สุปราณี เลิศมณีพันธ์ มศว

 

ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก