Forteens

11 สร้างให้ลูกเป็นเด็กดี

การดูแลลูกให้ปลอดภัยจากสิ่งต่างๆ รอบกาย เป็นหน้าที่สำคัญของพ่อแม่ทุกคน แต่การสร้างให้ลูกรู้จัก ที่จะปกป้อง และป้องกันตัวเองก็สำคัญเช่นกัน 11 วิธีที่กำลังจะนำเสนอนี้เป็นแนวทางที่จะช่วยให้คุณสร้างเสริมให้ลูกมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นค่ะ

1. ให้ลูกได้มีลิ้นชักของตัวเองในห้องครัว โดยให้คุณแม่ใส่ของต่างๆ ที่น่าสนใจลงไปในลิ้นชักนี้ และให้เด็กสามารถหยิบสิ่งของต่างๆ เหล่านั้นออกมาดูได้ เช่น ช้อนตวง จานพลาสติก หรือที่บดมันฝรั่ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังควรจัดสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบๆ บ้านให้เด็กสามารถจับ หรือหยิบได้โดยสะดวก

2. ให้ลูกได้มีการเรียนรู้อย่างปลอดภัย โดยปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะเทน้ำใส่ถังน้ำหรืออ่างล้างมือภายใต้การดูแลของคุณแม่ หรือจะให้เด็กได้เล่นข้าวสาร หรือข้าวโอ๊ตแทน ที่จะให้เล่นทราย เพราะข้าวสารหรือข้าวโอ๊ตนี้ง่ายต่อการทำความสะอาดมากกว่า

3. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กของลูกไว้รอบๆ บ้าน เช่น ให้มีโต๊ะวาดรูปหรือโต๊ะทำงานขนาดเล็ก เพื่อที่จะให้เขาได้วาดรูปที่โต๊ะขิงเขาได้นานมากขึ้น หรืออาจจะวางเก้าอี้เตี้ยๆ ไว้ที่บริเวณอ่างล้างมือ เพื่อให้ลูกสามารถจะเหยียบเก้าอี้ขึ้นมาล้างมือที่อ่างล้างมือ แปรงฟัน หรือช่วยงานในครัวได้

4. จัดโปรแกรมใน 1 วันให้เหมาะสมกับลูกของคุณ สลับสับเปลี่ยนตาราง ในแต่ละวันของคุณลูกบ้าง เพื่อที่จะเปลี่ยนนิสัยที่ไม่ดีของลูก ซึ่งตัวคุณแม่เองรู้จักลูกดีที่สุด เพราะฉะนั้นอย่าพยายามให้ลูกทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และควรจะเรียนรู้ว่าอะไรดีต่อลูกของคุณที่สุด

5. ใช้ความรอบคอบในการไปช้อปปิ้งกับลูก ก่อนจะออกไปช้อปปิ้ง สิ่งที่คุณแม่ควรทำก็คือ ให้เด็กได้พักผ่อนอย่างเพียงพอและกินอิ่ม นอกจากนี้ควรเตรียมขนมไปด้วย เพื่อที่จะดึงความสนใจของเด็กให้อยู่กับขนมที่เตรียมไป ไม่ให้เด็กเข้าไปยุ่งกับขนมต่างๆ ผัก หรือไข่ที่วางอยู่ในร้าน (ในช่วงเวลาที่คุณแม่กำลังช้อปปิ้ง ให้ลูกนั่งอยู่ในรถเข็น นอกจากนี้คุณแม่ต้องจัดรายการของที่จะซื้อให้สั้นลง เพื่อจะได้ไม่ต้องรีบเร่งและกังวลมากเกินไปในการช้อปปิ้ง)

6. วางแผนล่วงหน้า คุณแม่รู้ดีอยู่แล้วว่าช่วงเวลาไหนที่ลูกๆ ของคุณจะอารมณ์ดี หรือ อารมณ์เสียซึ่งเด็กส้สนใหญ่จะแสดงพฤติกรรมที่ดีที่สุดในช่วงเวลาเช้าๆ และอารมณ์แย่ที่สุดในช่วงบ่ายแก่ๆ หรือช่วงเวลาก่อนที่จะถึงเวลานอนกลางวัน ให้คุณแม่ลองหาช่วงเวลาที่สบายๆ เช่นใช้เวลาช่วงเช้าอยู่กับลูกๆ และเตรียมตารางการทำงาน ส่วนช่วงที่ลูกเริ่มงอแงก็ให้ลูกได้อยู่ในที่ของตัวเอง

7. เตรียมตัวรับมือกับอารมณ์ของลูกล่วงหน้า โดยจัดเตรียมขนมอาหารกลางวัน หรืออาหารว่างไว้ก่อนที่ลูกหิวมาก หรือ ให้ลูกได้นั่งทำกิจกรรมเงียบๆ เพื่อไม่ให้ลูกนอนไม่หลับในช่วงเวลากลางคืน

8. จัดให้ลูกมีกิจวัตรประจำวันที่สม่ำเสมอ คุณแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นทาสของตารางเวลา แต่เด็กในวัยหัดเดินนี้ต้องการตารางเวลาที่คาดเดาได้ เช่น ตอนเช้าเริ่มต้นด้วยอาหารเช้าจากนั้นก็แต่งตัว ใส่ถุงเท้า และรองเท้า และโบกมือเพื่อไปโรงเรียน จากนั้นเมื่อลูกกลับมา ก็เริ่มต้นด้วยอาหารเย็น เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน และเล่านิทานก่อนนอน ซึ่งกิจวัตรประจำวันนี้จะทำให้ลูกๆ ได้มีความเข้าใจมากขึ้น

9. จัดโปรแกรมของคุณให้เหมาะกับลูก ลูกๆ ไม่ใช่เครื่องจักรที่พ่อแม่จะสามารถตั้งโปรแกรมเหมือน เครื่องจักรหรือทำในสิ่งที่เราต้องการได้ เพราะฉะนั้นวิธีที่จะทำให้ลูกเข้าใจในงานของคุณ ก็คือ พูดคุยให้เขาได้เข้าใจเพื่อให้วันของคุณผ่านไปอย่างราบรื่น

10. จัดเตรียมจิตใจและเติมพลังให้อิ่มท้อง หากคุณแม่ไม่มีทางเลือก โดยคุณแม่จะต้องนำลูกวัย 2 ขวบ ไปในสถานที่ที่ไม่เหมาะจะพาเด็กไป เช่น คุณแม่มีประชุมกับคุณครูที่โรงเรียนของลูกคนโตในช่วงเวลา 4 โมงเย็น โดยคุณแม่จะต้องพาลูกน้อยวัย 2 ขวบไปด้วย สิ่งที่คุณแม่ต้องทำคือ ให้ลูกได้นอนงีบสัก 1-2 ชั่วโมงในช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่ง จากนั้นให้รับประทานของว่างก่อนออกจากบ้าน อย่าลืมนำของเล่นที่น่าสนใจ และไม่มีเสียงรบกวนไปด้วย เพื่อลูกจะได้เล่นของเล่นนั้นในระหว่าง ที่คุณแม่ทำธุระอยู่ และควรที่จะให้ลูกได้นั่งบนตัก ของคุณแม่ในช่วงเวลาที่มีการประชุมด้วย

11. จัดช่วงเวลาเล่นให้ลูก ชีวิตที่อยู่กับเด็กวัยหัดเดินนี้ก็คล้ายกับการเล่นรถไฟเหาะตีลังกา คุณแม่จะรู้เวลาหรือสถานที่แบบไหน ที่เหมาะกับลูก สภาพแวดล้อมของสถานที่ ที่เล่นของเด็กจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดี และลดความยุ่งยากให้กับคุณแม่ คุณแม่ควรจะหาสิ่งที่ใช่สำหรับลูกๆ เช่น ควรหาเพื่อนเล่นให้กับลูก และควรจำให้ได้ว่าเด็กคนไหนที่ลูกของคุณเล่นด้วยแล้วสนุกที่สุด และเขาควรที่จะมีเพื่อนเล่นกี่คน 1 คน 2 คน หรือ 3 คน ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะเล่นสนุกกับเพื่อนที่มีนิสัยไปในทางเดียวกัน นอกจากนี้เด็กในวัยที่ต่ำกว่า 3 ขวบนั้นยังไม่พร้อมที่จะเล่นเป็นกลุ่ม โดยการเล่นเป็นกลุ่มสำหรับเด็ก ในวัยหัดเดินนี้จะดีก็ต่อเมื่อคุณแม่ช่างสังเกต และเอาใจใส่ให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม โดยเด็กที่คุณแม่ควรจะเลือกให้มาเล่น เป็นกลุ่มกับลูกในวัยหัดเดิน ควรเป็นเด็กที่โตกว่า อายุประมาณ 4-6 ขวบ เพราะเด็กที่โตกว่าจะเล่น กับเขาเหมือนเขาเป็นน้อง และจะไม่ใช้ความรุนแรง

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่มีงานยุ่งมาก และต้องเลี้ยงดูลูกนั้น ให้ลองถามลูกดูว่าต้องการ ที่จะช่วยคุณแม่บ้างไหม การช่วยของลูกอาจจะทำให้คุณผ่อนคลายลงได้บ้าง

 

ขอขอบคุณ นิตยสารบันทึกคุณแม่