Forteens

เลี้ยงลูกให้เป็นไฮโซ (เซ)

เลี้ยงลูกให้เป็นไฮโซ (เซ) ยุคนี้เป็นยุคทุนนิยมและวัตถุนิยม ผู้คนพยายามสะสมทุนให้ได้มากที่สุด เพื่อเอาไว้ใช้ในการบริโภคหรือแสวสงหาวัตถุมาสะสมต่อไป โดยไม่ค่อยสนใจเรื่องของหัวใจและอุดมการณ์นัก

ลูกก็เป็นทุนอย่างหนึ่งของพ่อแม่ และคำว่า “ ไฮโซ ” ก็เป็นทุนอย่างหนึ่งของสังคมยุคนี้ จึงมีพ่อแม่กลุ่มหนึ่งที่พยายามเลี้ยงลูกให้เป็นไฮโซ โดยคิดว่าลูกจะได้มีทุนติดตัว ส่งความดังมาถึงตัวลูกและพ่อแม่ ตลอดจนวงศ์ตระกูล

เพราะคิดว่าเมื่อลูกเป็นไฮโซแล้ว จะทำให้ลูกมีต้นทุนในสังคมสูง ไปไหนมาไหนมีคนรู้จักและยอมรับ ได้รับเชิญไปงานโก้ๆ แรกๆ ก็ไม่ได้เงิน ต่อไปคงจะได้เงินที่เขาให้เป็นค่าเสียเวลา และได้รับเชิญให้เป็นคนเปิดงาน-ปิดงาน เดินสายแบบ นางแบบ นักแสดง พิธีกรต่อไปรวมทั้งการได้คู่ครองที่เป็นไฮโซด้วย

เข้าสูตรทำให้ลูกแลดูโก้ ดัง รวยและไฮโซ ครบสูตร จึงมี สูตรสำหรับที่พ่อแม่พยายามเลี้ยงลูกให้เป็นไฮโซ นำมาเล่าให้ฟังว่า

1. พ่อแม่พยายามส่งลูกให้เรียนโรงเรียนดังๆ มีชื่อเสียงและแพงตั้งแต่เด็ก หวังให้ได้เพื่อนฝูงฐานะดี ที่มีมาตรฐานสูง-หัวสูง

2. พอโตขึ้นก็ส่งไปเรียนต่างประเทศ ให้เข้าโรงเรียนที่ติดอันดับผู้ดี นักเรียนมาจากครอบครัวดัง เป็นเศรษฐี ค่าเล่าเรียนแพงมากๆ พ่อแม่ก็คุยกันเองและเล่าให้คนอื่นฟังว่า ให้ลูกไปเรียนโรงเรียนที่ดีที่สุด แพงที่สุดแล้ว ทำให้พ่อแม่โก้ไปด้วย

3. พอลูกเริ่มแรกรุ่นหรือเรียนจบจากเมืองนอกมา ก็ต้องพยายามสร้างข่าวและกระแสให้ลูกเด่นและดังในวาระต่างๆ พอออกสังคมโก้ๆ แต่งตัวให้ดี มีระดับ ใช้ของแบรนด์เนม คบเพื่อนดังๆ รวยๆ ( ถ้าพ่อแม่ดังอยู่แล้วหรือมีนามสกุลดังๆ จะทำให้ลูกเป็นข่าวดังได้เร็วขึ้น) การมีข่าวมากน้อยนั้น ก็ต้องอาศัยความคุ้นเคยกับสื่อ หรือบารมีเก่าของพ่อแม่ ซึ่งบางรายต้องใช้ทุนรอนด้วย … แต่พ่อแม่ก็ทำให้ทุกอย่าง

4. จากนั้นลูกก็จะได้รับเชิญไปงานเก๋ๆ ถูกถ่ายรูปลงตามหน้าสังคมไฮโซ ถูกสัมภาษณ์ในวาระต่างๆ ตามสื่อ มีข่าวสัมพันธ์กับคนดังๆ ด้วยกันหรือดารา

5. บางรายก็ผันตัวเองไปเป็นพิธีกร หรือผู้แสดงกิตติมศักดิ์หรือนักแสดงอาชีพ เวลาถูกเชิญไปงานก็ได้เงินตอบแทน แลดูเหมือนเป็นสูตรสำเร็จในการสร้างไฮโซ แต่จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน สุขภาพของลูกจะเป็นอย่างไร พ่อแม่จะดีใจหรือช้ำใจแค่ไหนใครจะรู้ ?

 

ต่อไปนี้เป็นคำสารภาพของพ่อแม่ ที่พยายามเลี้ยงลูกให้เป็นไฮโซ ( ตามสูตรดังกล่าว)

1. เด็กไม่สู้ชีวิต ทำงานไม่เป็น เข้าทำงานก็ออก ดูถูกงานว่าเงินเดือนน้อย ทนกฎเกณฑ์ขององค์ไม่ได้ กลายเป็นคนจับจดไม่มีวินัยในตนเอง ไม่อดทน

 

2. เด็กชอบใช้ชีวิตสบาย ใช้เงินมากทั้งๆ ที่หาเงินไม่เป็น มีชีวิตอยู่กับความฝัน พ่อแม่ต้องส่งเสียหรือตามใช้หนี้

 

3. ข่มขู่พ่อแม่ เมื่อขอเงินใช้ พ่อแม่ไม่ให้โกรธ หลายรายก้าวร้าวกับพ่อแม่ ดุ ว่า ประชด ประชัน หรือดูถูกพ่อแม่ ไม่พูดกับพ่อกับแม่ถือว่าไม่เป็นไฮโซพอ เพราะเขาได้ไปพบพวกไฮโซเมืองนอกดังๆ มา ทำไมพ่อแม่ตัวเองจึงไม่เป็นอย่างนั้นบ้าง

 

4. ไม่เคยเป็นผู้ให้ ชินต่อการรับ เป็น Taker ตลอด ไม่รู้จักการเป็นผู้ให้ ( Donor)

 

5. เวลามีอุปสรรคของชีวิต จะเปราะบาง ไม่อดทนจะเรียกร้องและโทษคนอื่น จึงมักคบใครๆ ไม่นาน เปลี่ยนแฟนบ่อย ไม่มีเพื่อนฝูง ไม่อดทนต่องานที่ทำ คิดว่าพ่อแม่คงช่วยได้ถ้าพ่อแม่ช่วยไม่ได้จะยิ่งก้าวร้าวกับพ่อแม่มากขึ้น

 

6. เชื่อหมอดู ไม่เชื่อศาสนา ไม่เชื่อกฎแห่งกรรม มักต้องการความสุขและความสำเร็จทางลัด จึงเชื่อหมอดู ดวงชะตา ต้องคอยแก้เคล็ดหรือสะเดาะเคราะห์อยู่เสมอ

 

7. ติดสิ่งเสพติด เมื่อผิดหวังมากๆ เข้าจะหันหน้าไปติดเหล้า ยา เพราะอยากพ้นทุกข์เร็วๆ ถ้าเป็นมากๆ จะอยากตาย มักมีอาการเครียด เศร้า และก้าวร้าว บางรายไม่แคร์สังคมและมีพฤติกรรมประชดสังคม

 

8. มีบางคนเข้าวัด จะทำดีกับพระ พระก็ชื่นชมคิดว่าเป็นคนดี ดูดวงชะตาให้ สอนธรรมะให้ บางคนพยายามยึดธรรมะ ท่องธรรมะได้หมด รู้หมดแต่นำมาปฏิบัติไม่ได้ ขาดสัจจะ ขาดการข่มใจ ขาดการให้ ไม่รู้จักคุณธรรมที่แท้

พ่อแม่หลายคนที่พยายามทำทุกอย่างให้ลูก คงเสียใจมากถ้ารู้ว่า ลูกที่พ่อแม่พยายามปั้นให้เป็นไฮโซนั้น ที่แท้เขาได้เพียงไฮโซ (เซ) เท่านั้น ยืนบนขาตัวเองไม่ได้ ต้องโซเซไปอีกนาน บนเส้นทางชีวิตที่มีอุปสรรคมากขึ้นสำหรับเขา

 

ขอขอบคุณ นิตยสารบันทึกคุณแม่