Forteens

ความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว



ศ.พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ mhmanarom@gmail.com
ในรอบปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าเรื่องราวของปัญหาเด็กและเยาวชนปรากฏเป็นข่าวใหญ่ในพื้นที่ของสื่อ มวลชนแขนงต่างๆมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลของคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติที่ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นไปสังคมโลกจะต้องรับมือกับสถานการณ์ความ รุนแรงของปัญหาด้านเด็กและเยาวชนที่จะพุ่งสูงขึ้นจนถึงขั้นวิกฤต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมไทยในปัจจุบันที่เปลี่ยน เป็นครอบครัวเดี่ยวและพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมากขึ้น พ่อแม่ต้องออกไปทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ และผู้คนในปัจจุ บันให้ความสำคัญกับเทค โนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนที่มีความสา มารถหลากหลาย ทำให้ดึงความสนใจและเวลาของพ่อแม่จากตัวเด็กไป รวมทั้งเด็กเองก็หันหน้าเข้าหาสิ่งเหล่านี้เช่นกัน
การมีความสุขด้วยกันคือเป้าหมายที่แท้จริงของการมีครอบครัว แต่ส่วนใหญ่ไปหลงเข้าใจกันว่าการมีสิ่งนั้นสิ่งนี้คือความ สุข และความสามารถในการที่จะรู้จักความสุขกำลังหายไป เพราะคำว่าหาความ สุขหรือมีความสุขนั้นต่างกัน ก็เลยเอาเวลาไปทำ งานหาเงินเพื่อไปซื้อสิ่งที่คิดว่าเป็นความสุข ทั้งๆที่การมีความสุขด้วยกันก็คือการต้องอยู่ด้วยกัน ซึ่งนั่นหมายถึงการต้องมีเวลา และเมื่อมองจากสภาพปัญ หาของเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกหรือการกระทำในรูปแบบต่างๆที่สังคมไม่ยอมรับนั้น ก็ล้วนแต่มีที่มาหรือจุดเริ่มต้นจากครอบ ครัวทั้งสิ้น

ดังนั้น การให้ "ความ รัก" นอกจากจะต้องดูตาม "ความเหมาะสม" แล้ว พ่อแม่หรือผู้ปกครองยังต้องคำนึงถึงการให้ความรักที่เหมาะสมควบ คู่ไปพร้อมๆกับ "ความเข้าใจ" ตามช่วงวัยและการเติบโตของเด็ก ซึ่งหลายครอบครัวในสังคมไทยยังขาดความรู้และทักษะในสิ่งเหล่านี้
ตรงนี้พ่อแม่ยุคใหม่หลายคนอาจจะเข้าใจว่าการเป็นพ่อแม่ที่ดีคือการให้ความรักและความเข้าใจ แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะแท้ที่จริงแล้วสิ่งที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่เป็นเสมือนภูมิคุ้มกันภายในจิตใจสำหรับลูกต่อไปในอนาคตก็คือ "ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อและแม่"
ของขวัญที่ดีที่สุดที่พ่อและแม่จะมอบให้กับลูกได้ก็คือ การรู้จักที่จะมีความสุขด้วยกัน หรือพูดได้ว่าของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกคือความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ เพราะเมื่อพ่อแม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ลูกก็จะมีความสัมพันธ์ที่ดีตามมา แต่ปัจจุบันเราไปขวนขวายสิ่งที่คิดว่าดีมาให้กับลูก หาแต่สิ่งที่อยู่ข้างนอก แต่สิ่งที่ดีสำหรับลูกที่แท้จริงนั้นกลับอยู่ข้างในตัวเรา สิ่งเหล่านี้ต่างหากจะส่งผลต่อการมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่ดี
แนวทางที่จะพัฒนาความ สัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ซึ่งเป็นพื้นฐานด้านจิตใจที่สำคัญของเด็กให้เกิดขึ้นได้นั้น ตามหลักทฤษฎีของ "ซาเทียร์" นักจิตวิท ยาชาวอเมริกันที่ค้นพบหนทางสร้างความมั่นคงภายในจิตใจอันจะนำมาซึ่งความสุขในชีวิต ระบุว่า จะต้องเริ่มจากการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเองก่อน
ความสัมพันธ์กับตัวเองต้องมาก่อนความสัมพันธ์กับคนอื่น ถ้าคนเรามีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับตัวเอง ไม่ชอบตัวเอง หงุดหงิดตลอดเวลา ไม่มีความสุข ก็ไม่สามารถเป็นพ่อแม่ที่ดีได้ เมื่อความสัมพันธ์กับตัวเองยังไม่ดี แล้วจะไปสัมพันธ์กับลูก สามีหรือภรรยาได้อย่างไร

ในทฤษฎีของซาเทียร์จึงเน้นจากการเริ่มต้นพัฒนาตนเองไปพร้อมๆ กับการพัฒนาความสัมพันธ์ กับผู้อื่น
เริ่มจากเราต้องเห็นคุณ ค่าของตัวเองว่าเราดีพอ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราดีวิเศษ เมื่อเราสามารถมองเห็นคุณค่าและความดีในตัวของเราได้ เราก็จะสามารถมองเห็นคุณค่าและความดีในตัวของลูกได้ เวลาที่เราทำดีก็ต้องรู้จักที่จะชื่นชมตัวเอง พอลูกทำดีเราก็จะชื่นชม ความดีในตัวลูกหรือสิ่งที่ลูกทำ แต่พ่อแม่ปัจจุบันมองเห็นแต่คุณค่าจากสิ่งภายนอก ชอบส่งลูกเข้าประกวดประชันแข่งขันกันเพียงเพื่อให้ได้รับคำชม แต่กำลังใจหรือความชื่นชมที่ดีล้วนอยู่ใกล้ๆตัวเรา
ที่สำคัญพ่อแม่ต้องรู้จักมองลูกในแง่บวก เน้นในเรื่องการสอนลูกให้เรียนรู้จากทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมากสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว และการรับฟังก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ฟังแบบพอผ่านๆไป แต่พ่อแม่ต้องฟังแบบให้ลึกถึงความปรารถนาข้างในจิตใจของลูกว่าเขาต้องการอะไร เพราะลึกๆแล้วมนุษย์เราต้องการอาหารใจ

ช่วงเวลาทองของชีวิตลูกคือเด็กในวัย 0-6 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการปูพื้นฐานด้านจิตใจที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต หากชีวิตในช่วงนี้บก พร่องก็จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่อยากจะให้ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกคงต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาตนเองเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นในครอบครัว ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการสร้างภูมิคุ้มกันในจิตใจให้เกิดขึ้น
ดังนั้น การที่จะให้เด็กไทย "รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน" ได้ตามคำขวัญในปีนี้ ก็ควรจะมีจุดเริ่มต้นจากความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ด้วยการทำให้ลูกได้รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีคุณค่า โชคดี ที่มีพ่อแม่รักและเข้าใจ