News

4 กลไก 'ออทิสติกโรดแมพ'เพิ่มที่ยืน'เด็กพิเศษ'ในสังคม

โดย กรุงเทพธุรกิจ  Issued date 14 September 2017

กรุงเทพธุรกิจ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ คงเห็นข่าวแม่ฆ่าลูกตัวเองที่เป็นออทิสติก ด้วยความเครียดและพยายามฆ่าตัวตายตาม ซึ่งต้องยอมรับว่ามีสาเหตุจากการไม่ได้รับ คำแนะนำหรือการดูแลช่วยเหลือจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างดีพอ
          จากข้อมูลบพบว่าสถานการณ์และ แนวโน้มของคนเป็นออทิสติกว่า ทั่วโลก มีอยู่ประมาณ 35 ล้านคน ขณะที่ประเทศไทยคาดว่ามีประมาณ 3.7 แสนคนและจากสถิติ ปี 2555 เฉลี่ยเด็กไทย 1,000 คนเป็นออทิสติก 6 คน ซึ่งถือเป็นอัตราส่วนที่สูงมาก และเพิ่มขึ้นทุกปี
          กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์กำหนดให้บุคคลออทิสติก เป็นประเภทความพิการด้วย เพื่อจะได้รับ สิทธิบริการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ซึ่งพบว่ามีคนเป็นออทิสติกมาแสดงตนขอมี บัตรประจำตัวผู้พิการประมาณ 4,000 ราย
          ว่ากันว่าสาเหตุที่ผู้เป็นออทิสติก มาลงทะเบียนน้อยคาดว่าเกิดจาก 3 เหตุผลหลัก คือ 1.เอกสารรับรองความพิการ ของกระทรวงสาธารณสุขยังไม่ชัดเจน เนื่องจากยังคงระบุรวมบุคคลออทิสติกไว้ในกลุ่มความพิการทางจิตใจ ซึ่งทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน 2.ผู้ปกครองยังไม่รู้สิทธิ หรือยังมีมุมมองกับคำว่าพิการไม่ชัดเจน บางคนเกรงเป็นการตีตราเด็ก จึงไม่นำเด็กเข้าระบบ และ 3.แพทย์ยังมีความลังเลในการวินิจฉัยรับรองว่าเด็กมีความบกพร่องด้านใด ทำให้เด็กเข้าไม่ถึงสิทธิ และบริการต่างๆ ซึ่งจะส่งผล กระทบต่อการพัฒนาฟื้นฟูสมรรถภาพ
          ทั้งนี้ผู้ที่เป็นออทิสติก จะเห็นชัด ในช่วงวัยเด็กอายุ 3-4 ขวบ หากพบเด็ก มีปัญหาทั้ง 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านปฏิพันธ์ ทางสังคม ด้านภาษาและการสื่อสาร และด้านพฤติกรรมและอารมณ์ ให้สันนิษฐานได้ว่า เด็กอาจเป็นออทิสติก และหลักสำคัญในการช่วยเหลือเด็กออทิสติกให้สำเร็จ คือการฝึกกระตุ้นพัฒนาการอย่างถูกต้อง โดยผู้ปกครองจะต้องยอมรับและเข้าใจ และแนะนำให้ผู้ปกครองใช้หลัก 4 อ. คือ อดทน อบอุ่น เอาใส่ใจ ให้โอกาส เพื่อเป็นแนวทางในการฝึก
          ระดับอาการออทิสติก จำแนกได้ 3 ระดับคือ 1.ระดับกลุ่มที่มีอาการน้อย (Mildautism) หรือกลุ่มที่มีศักยภาพสูง จะมีพัฒนาการทางภาษาดีกว่ากลุ่มอื่น แต่ยังมีความบกพร่องในทักษะทางด้าน สังคม การรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของ บุคคลอื่น 2.ระดับกลุ่มที่มีอาการปานกลาง (Moderate autism) ในกลุ่มนี้จะมีพัฒนาการล่าช้าทางด้านภาษาการสื่อสารทักษะทางด้านสังคม และการช่วยเหลือตัวเองตลอดจมีปัญหาพฤติกรรมกระตุ้นตนเอง 3. ดับที่มีอาการรุนแรง (Severe Autism) ในกลุ่มนี้จะพัฒนาการล่าช้าเกือบทุกด้าน และอาจมีภาวะอื่นร่วมด้วย เช่น ปัญญาอ่อน รวมไปถึงมีพฤติกรรมที่รุนแรง
          ล่าสุดเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก ได้คิดค้นและประมวลความรู้จากประสบการณ์ตรงและจากการ "ต่อยอด" องค์ความรู้ของต่างประเทศจากทั่วโลก เป็นนวัตกรรม ที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก เรียกว่า "4 กลไกหลัก ตามออทิสติกโรดแมพ" และทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดย
          1.ขอให้นายกรัฐมนตรีออกม.44 ให้กระทรวงการคลังและกองทุนต่างๆ อนุมัติเม็ดเงินให้แก่กระทรวงต่างๆทำโครงการนำร่องให้สามารถเม็ดเงินมา ใช้จ่ายเป็น "งบลงทุน" ทั้งในเรื่องค่าก่อสร้างอาคารสถานที่และค่าจ้างค่าตอบแทนบุคลากรและอื่นๆ
          2.ให้กระทรวงสาธารณสุข ทำ "โครงการ นำร่องจัดตั้ง "แผนกพิเศษออทิสติก"ในโรงพยาบาลที่มีขอบเขตทั่วประเทศ เพื่อบ่มเพาะบุคลากรและถอดบทเรียน เป็นกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ภายใน 5 ปี
          3.ให้กระทรวงศึกษาธิการทำโครงการนำร่องจัดตั้งและพัฒนาห้องเรียน 2 รูปแบบ อันได้แก่ "ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก" และ "ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษ" ในโรงเรียนเด็กปกติทั่วไปในชุมชนในสังกัดหรือในกำกับดูแล ในขอบเขตทั่วประเทศ ออกเป็นกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ในการนำเข้าสู่โครงสร้างงบประมาณปกติ ให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี
          4.ให้กระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์-พม. ทำโครงการ นำร่องจัดตั้ง ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคล ออทิสติกจังหวัดฯ ที่มีฝ่ายบ้านพิทักษ์ บุคคลออทิสติกในชุมชนจังหวัด อยู่ในโครงสร้างของศูนย์ ให้ครบทั้ง 77 จังหวัด เพื่อบ่มเพาะบุคลากรและถอดบทเรียน เป็นกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ในการนำเข้าสู่โครงสร้างงบประมาณปกติ ให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี และให้กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายสนับสนุนงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะเทศบาลต่างๆ จัดตั้ง "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน" ในเขตเทศบาลหรือ ในเขตพื้นที่ของตนหากมีบุคคลออทิสติก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
          นอกจากนี้ยังของบประมาณกลาง 600-1,000 ล้านบาทให้กระทรวงศึกษาธิการ สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดตั้ง"สถาบันวิจัยออทิสซึ่มในชุมชนเมืองมหาวิทยาลัยขอนแก่นแห่งลุ่มแม่น้ำโขง"เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมด้านออทิสติกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งสามารถ จะเชื่อมต่อวิทยาการด้านออทิสติกและ ด้านสมองกับทั่วโลก
          พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการ สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า พ่อแม่ 50% ที่มีลูกออทิสติกเครียด ซึ่งการ ให้บริการผู้ป่วยออทิสติกในปัจจุบัน หากพ่อแม่ สังเกตเห็นว่าลูกไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว สามารถรับบริการเพื่อคัดกรองออทิสติกได้ ตั้งแต่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) เพื่อส่งต่อเข้ารับการดูแลจากจิตแพทย์ต่อไป
          โดยปกติจะมีการคัดกรองออทิสติก ในเด็กไทยในช่วงอายุ 9 เดือน 18 เดือน 30 เดือน และ 42 เดือน ช่วงที่เด็กมาตรวจสุขภาพและรับวัคซีนด้วย หากตรวจพบ ก็จะให้เข้าสู่กระบวนการรักษา
          รอนายกฯ ผลักดันแผน'คุณภาพชีวิตคนพิการ'
          กรุงเทพธุรกิจ นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) โพสต์ผ่านเฟสบุคไว้ว่าสมาคมฯ ได้บรรจุเนื้อหาใน 4 กลไก เป็นมาตรการและตัวชี้วัดใน "แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แห่งชาติ พ.ศ.2560-2564" ที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบแล้ว เหลือเพียง แรงส่งคือข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่หวังว่า จะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย ตั้งทีมงานมาทำงานร่วมกับสมาคมฯ และภาคีผู้ปกครอง อย่างเป็นรูปธรรม
          ผู้ปกครองเด็กออทิสติกรายหนึ่ง บอกว่าการพัฒนาบุคคลออทิสติก ต้องทำตามศักยภาพของการเรียนรู้ เช่นกลุ่มที่ออทิสติกศักยภาพ ปานกลาง-ต่ำ ต้องมี "ศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกกลุ่มศักยภาพปานกลางถึงต่ำ" วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ 15 ปี ขึ้นไปต้องมีหลักสูตรคู่ขนาน เฉพาะบุคคล และพัฒนาผู้ปกครองบุคคลออทิสติกด้วย
          "เด็กออทิสติคที่มีศักยภาพสูงก็อยู่ร่วมกันเด็กปกติ เข้าโรงเรียนกับเด็กปกติได้ แต่กลุ่มที่ศักยภาพต่ำภาครัฐต้องเข้าช่วยเหลือ รัฐบาล ต้องจริงใจ รัฐบาลต้องกล้าลงทุนกับเด็กเหล่านี้"
          จัดหลักสูตรเพื่อเด็กบกพร่อง
          กรุงเทพธุรกิจ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยมีการคัดกรองเด็กเพื่อจัดการเรียนใน 3 กลุ่ม
          กลุ่มที่ 1 โรงเรียนเรียนร่วม สำหรับเด็กพิการที่มีความพร้อมพอ จะเรียนร่วมกับเด็กปกติ กลุ่มที่ 2 โรงเรียนเฉพาะความพิการ สำหรับ เด็กบกพร่องทางสติปัญญา ทางการได้ยิน และการเห็น แบ่งเป็น 2 ประเภท คือเด็กตาบอด และเด็กเห็นเลือนราง ซึ่งเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น จะสมองดีเพราะสามารถอ่านอักษรเบรลล์ หรือใช้วิธีการฟังเทปหรือ แผ่นเสียงได้ และสามารถเรียนได้ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ
          และกลุ่มที่ 3 กลุ่มโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส 10 ประเภท ที่ ศธ. กำหนด อาทิ เด็กถูกบังคับคดีให้ขายแรงงาน เด็กเร่ร่อน เด็กที่อยู่ในธุรกิจทางเพศ เด็กที่ถูกทอดทิ้ง กำพร้า ถูกทำร้ายทารุณ เด็กยากจนมากเป็นพิเศษ เด็กในชนกลุ่มน้อย เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด
          เด็กกลุ่มนี้จะได้รับการศึกษาตามหลักสูตรขั้นพื้นฐานเหมือนโรงเรียนทั่วไป และยังมีการจัดการศึกษาแบบบ้านเรียน หรือโฮมสคูลสำหรับเด็กพิการ เด็กกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ผู้ปกครองมีฐานะและสามารถจัดการเรียนการสอนได้ด้วยตัวเอง