News

'เหยื่อข่มขืน' หยุดโทษตัวเอง แก้บาดแผลลึก ครอบครัว-สังคมต้องเข้าใจ

โดย เดลินิวส์ (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560

คดีที่กำลังถูกพูดถึงในวงกว้าง จากเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงวัย 14 ปี (ขณะเกิดเหตุ) ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศเริ่มจากคนในหมู่บ้าน เหตุเกิดในพื้นที่เกาะแรด ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ก่อนจะกลายเป็นเหตุสลดมากขึ้นเมื่อเหยื่อเผยว่ามีการชักชวนให้ชายอื่นทั้งในและนอกหมู่บ้านกระทำกับเธอเกือบ 40 คน
          แม้เพียงครั้งแรกก็ถือว่าเลวร้าย แต่เหตุการณ์กลับเกิดขึ้นหลายครั้งจากผู้กระทำหลายคน ต่อเนื่องนาน 5-6 เดือน ตั้งแต่ พ.ค. 59 เบื้องต้นโดยการช่วยเหลือของมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาไปแล้ว 3 คน แต่ด้วยข้อเท็จจริงอันน่าตกใจที่เผยออกมาเพิ่มเติม ทำให้ไม่ว่าใครก็คงไม่อาจนิ่งเฉย โดยเฉพาะครอบ ครัวเหยื่อที่ต้องการความเป็นธรรมด้วยการลงโทษกับผู้กระทำผิด ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนทางกฎหมาย
          เหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศนอกจากความบอบช้ำทางกาย ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือความบอบช้ำทางจิตใจที่ต้องอาศัยเวลา ครอบครัวและสังคมช่วยประคับประคอง
          พญ.มธุรดา  สุวรรณโพธิ์  ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและ วัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เผยถึงเหยื่อ ที่ผ่านการกระทำอย่างรุนแรงว่าจะอยู่ในสภาพจิตใจที่บอบช้ำอาการที่แสดงออกมาจะมีทั้งวิตกกังวล  กลัวคนแปลกหน้า กลัวเหตุการณ์ จะเกิดซ้ำ ส่งผลกระทบต่อร่างกายที่ตอบสนองในรูปของการกินไม่ ได้นอนไม่หลับ ถึงขั้นทำให้อารมณ์หงุด หงิด ซึ่งทางจิตเวชเรียกอาการเช่นนี้ว่าภาวะเครียดเฉียบพลัน(acute stress) ในชั้นนี้หากสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยกลไกทางจิตหรือครอบครัว และสังคมให้โอกาส
          อย่างไรก็ตาม เกิน 60% มักจะมีอาการโรคเรื้อรัง ซึ่งจะปรากฏอาการ 3 รูปแบบคือ 1. หลีกเลี่ยงเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่จะกระตุ้นให้เกิดความเครียด เช่น กรณีเหยื่อข่มขืนก็จะเลี่ยงการเจอผู้ชาย  หรือแค่ได้ยินเสียงก็หวาดกลัว ตกใจง่าย พร้อมหนี  2. การเห็นภาพแบบแฟลชแบ๊ค สมองจะทำหน้าที่เหมือนฟิล์ม ลักษณะคือเหมือนเห็นภาพย้อนกลับไปเหตุการณ์เดิม ๆ ทำให้เกิดการสะเทือนอารมณ์ จดจำสิ่งที่ไม่อยากจำ เมื่อนึกถึงแล้วก็จะเหมือนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือไม่มีใครช่วยเหลือได้  กลายเป็นความทุกข์ทรมานใจ และ 3. อารมณ์และสุขภาพอื่น ๆ
          พญ.มธุรดา ระบุว่าเหยื่อข่มขืนในแต่ละวัยมีอาการที่แตกต่างกันเพราะจะมีเรื่องฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้อง ในกรณีที่เป็นเด็กมาก ๆ จะรู้สึกตัวเองเป็นคนที่ผิด รู้สึกผิดกับตัวเองเพราะโดนล่อลวงจากสิ่งที่ตัวเองชอบ กรณีเด็กที่เคยมีประสบการณ์ บางคนอาจมีอาการติดเซ็กซ์ จะโหยหาเรื่อย ๆ จากเหยื่ออาจกลายเป็นคนล่า ในระยะยาวปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในกลุ่มนี้หากไม่ได้รับการเยียวยาตั้งแต่แรกคือการสร้างครอบครัว เพราะมักจะย้อนกลับไปรู้สึกว่าตัวเองไม่บริสุทธิ์ ทั้งนี้ อายุและความรุนแรงส่งผลต่ออาการที่ต่างกัน  ยิ่งเกิดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ๆ บาดแผลก็เหมือนถูกกรีดลึก
          สำหรับการช่วยเหลือเหยื่อในลักษณะนี้เบื้องต้นต้องทำให้รู้สึกถึงความปลอดภัย เพื่อป้องกันอาการเครียดเฉียบพลัน จากนั้นต้องอาศัยหลายภาคส่วนที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือ โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น พม.เข้าไปช่วยเหลือก่อนหน้านี้เพื่อให้อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว เนื่องจากการล่วงละเมิดอยู่ในพื้นที่จำเป็นต้องแยกออกมา  นอกจากนี้ยังต้องติดตามการเยียวยาและประเมินว่าจะสามารถกลับไปอยู่ในชุมชนได้อีกหรือไม่
          ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหากเหยื่อได้รับโอกาสและให้อภัยตัวเองบางรายก็ก้าวผ่านไปได้ โดยสามารถแบ่งภาพได้ชัดคือ 1 ใน 3 เป็นกลุ่มที่หายดี ขึ้น กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ อีก 1 ใน 3 ซึมเศร้า มีอาการเรื้อรัง  และ 1 ใน 3 ไม่ถึงขั้นซึมเศร้า แต่ก็ย่ำอยู่กับที่ ไปต่อไม่ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเหยื่อถูกกระทำในช่วงใดด้วย
          พญ.มธุรดา เผยกรณีดังกล่าวให้ถือเป็นตัวอย่างที่สังคมต้องร่วมกันตระหนักหากเกิดซ้ำ ๆ จะเป็นบาด แผลที่ลึกมาก ดังนั้น ก่อนจะเกิดครั้งแรก ให้ช่วยกันสังเกตสัญญาณ เตือนโดยไม่ต้องรอให้เกิดการล่วงละเมิด   มีการสอนเด็กว่าล่วงละเมิดคืออะไรต้องกล้าที่จะบอกผู้ปกครองและผู้ปกครองก็ต้องเปิดใจรับฟัง คนรอบข้างก็ต้องช่วยเหลือ ทั้งนี้ มีช่องทางศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ของ พม. แนะนำให้เป็นทางออกหากไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เหยื่อไม่ใช่คนผิด ต้องปลุกกระแสว่าคนผิดคือคนที่กระทำ ไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ
          ด้านนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล  สะท้อนว่าปัญหาล่วงละเมิดทางเพศขณะนี้ยังไม่ถูกแก้ไขหรือมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากข้อมูลที่รวบรวมไว้เดิมคือ ผู้กระทำมักเป็นคนใกล้ตัว เช่น คนในครอบครัว ญาติ  รวมถึงคนที่อยู่ละแวกเดียวกัน หลายกรณีตอกย้ำให้เห็นทัศนคติเรื่องชายเป็นใหญ่ ทำให้กล้ากระทำผิดเพราะถือว่ามีอำนาจเหนือกว่า ทำแล้วไม่มีใครกล้าเล่นงาน ยกตัวอย่างการเลือกใช้อำนาจกับเด็ก กับภรรยา หรือผู้ใต้บังคับบัญชา เช่นกรณีลวนลามลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุข  ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในทุกจุดของสังคมภายใต้เงื่อนไขที่คิดว่าตัวเองทำได้ เนื่องจากสังคมไทยยังมีวิธีคิดแบบอำนาจนิยม ผู้ชายถูกปลูกฝังว่าเหนือกว่าผู้หญิง ภรรยา และลูก หรือผู้ใหญ่มีอำนาจกว่าเด็ก  เมื่อเป็นเช่นนี้แม้จะพยายามป้องกัน แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ตลอด ตราบที่ยังไม่มีการปลูกฝังเรื่องการเคารพสิทธิความเป็นคนของกันและกันให้มากพอ
          สำหรับกรณีการตกเป็นเหยื่อต่อเนื่องเพราะไม่เล่าให้ใครฟัง  ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า  จากการทำงานที่ผ่านมาพบว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลากว่าจะกล้าบอกเรื่องที่เกิดขึ้น แม้บางรายกล้าจะบอกออกมา แต่ต้องเข้าใจว่าผู้ถูกกระทำอยู่ในอาการตกใจและมักจะรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการคิดว่าสิ่งที่ตัวเองถูกกระทำเป็นความผิดของตัวเอง จึงมักคิดวนเวียนกับเรื่องเหล่านี้ ในกรณีที่เป็นเด็กอาจสังเกตอาการได้ไม่ยาก เช่น จากเคยร่าเริงกลายเป็นไม่พูดไม่จา จนกว่าถูกถามถึงยอมพูด
          กรณีที่เป็นเด็กโตหน่อยก็มักคิดว่าเป็นความผิดตัวเอง ส่วนหนึ่งก็มาจากอคติของสังคมที่มักโทษผู้หญิงก่อน ทัศนคติแบบนี้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน
          ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุการณ์สิ่งที่ต้องทำนอกจากการเยียวยาสภาพจิตใจเหยื่อแล้ว กรณีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำความเข้าใจกับชุมชนให้ยอมรับความจริง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา  หากมองแค่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อมีข่าวแล้วจะทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาในพื้นที่นั้น ตนมองว่าการยอมรับความจริง นำคนผิดไปลงโทษจะทำให้คนเห็นภาพการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ไปไหนมาไหนได้ปลอดภัยมากกว่า  ที่สำคัญอยากให้ชุมชนเข้าใจผู้ถูกกระทำและครอบครัวที่ออกมาต่อสู้ว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เป็นเรื่องที่ต้องให้กำลังใจและทำให้เกิดความเป็นธรรม เพราะการข่มขืนคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรงมาก
          ทั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุครอบครัว พ่อแม่ต้องเข้าใจต้องแจ้งความ อย่าอับอายว่าจะทำให้เสียชื่อเสียง เพราะจะไม่ช่วยแก้ปัญหาได้เลย หากพ่อแม่เข้าใจอย่างน้อยเด็กจะรู้สึกว่ามีทางออก ขณะที่ในส่วนชุมชนบทเรียนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านอกจากการเฝ้าระวังเรื่องยาเสพติดแล้วในพื้นที่ชุมชนก็ควรมีการดูแลความปลอดภัยในลักษณะนี้ให้กับคนในชุมชนด้วย
          เหตุการณ์ทำนองนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อต้องเผชิญหน้าก็ต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด