News

คกก.อิสระเร่งทำฐานข้อมูลนร.

โดย ไทยโพสต์ 9 ตุลาคม 2560

 

"หมอจรัส" เร่งทำฐานข้อมูลเลขประจำตัวนักเรียน 13 หลัก แก้ปัญหาเก็บเงินรายหัวซ้ำซ้อน ติดตามปัญหา เด็กหลุดนอกระบบ พร้อมหารือปรับปรุงการศึกษาทั้งระบบ ลั่นหากไม่ปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จในครั้งนี้ ประเทศไทยก็จะแย่แน่ วอนทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ

 

นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการอิสระฯ มีความพยายามที่จะผลักดันเรื่องการทำฐานข้อมูลเลขประจำตัวประชาชนของนักเรียน ซึ่งเป็นตัวเลข 13 หลักที่มีตั้งแต่แรกเกิด โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งเมื่อเราทราบเลขประจำตัวประชาชนของเด็กก็จะเข้าถึงข้อมูลได้ว่าขณะนี้เด็กเรียนอยู่ที่ไหน อย่างไร เนื่องจากเด็กมีเงินอุดหนุนรายหัวติดตัว

 

เมื่อลาออกไปเข้าโรงเรียนไหนหรืออยู่ที่ใดก็จะสามารถตรวจสอบได้ เพราะหากไม่มีฐานข้อมูลดังกล่าวก็จะทำให้เกิดปัญหาการเก็บเงินอุดหนุนรายหัวซ้ำซ้อนได้ และเป็นต้นเหตุของการทุจริต

 

"การที่เรามีฐานข้อมูลเลขประจำตัวของนักเรียนก็จะสามารถแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ได้ รวมถึงข้อมูลของเด็กที่หลุดออกจากนอกระบบและเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ"

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการอิสระฯ ยังได้มีการหารือถึงเรื่องต่างๆ ที่จะต้องมีการแก้ไขเพื่อจะปรับทั้งระบบ เช่น การทำให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล ผู้ที่อยู่เหนือกว่าโรงเรียนจะทำหน้าที่สนับสนุน ไม่ใช่เจ้านาย เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดในการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ด้วย อีกทั้งยังต้องมีการจัดการเรื่องความรับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษาที่จะต้องทำให้ชัดเจน แต่จะดำเนินการอย่างไรนั้นคงต้องมีการหารือก่อน และที่สำคัญคณะกรรมการอิสระฯ ก็กำลังดูเรื่องการสอบด้วยว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นสำหรับนักเรียนคือ เรื่องคุณธรรม จริยธรรม สมรรถนะ ทักษะ ความสามารถด้านภาษาต่างๆ เรื่องสาระวิชาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ข้อสอบในปัจจุบันออกแบบมาให้สอบเฉพาะสาระวิชา ถ้าหากมีการตัดการสอบให้ครอบคลุมทุกด้าน ก็จะสามารถทำประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น เด็กจะได้ไม่ต้องท่องหนังสือเพียงอย่างเดียว รวมถึงจะหารือร่วมกับทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ด้วย

 

"คำตอบที่สำคัญคือ หากไม่ปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จในครั้งนี้ ประเทศไทยก็จะแย่แน่ แต่จะสำเร็จได้อย่างไรนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทุกคนต้องเริ่มตระหนักได้แล้วว่าปัญหาการศึกษาของบ้านเราร้ายแรงขนาดไหน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ผมพยายามที่จะบอกให้ทุกฝ่ายเข้ามาช่วยเหลือกัน เพราะตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ รู้แต่เพียงว่าหากไม่สำเร็จ ประเทศไทยอาจจะย่ำแย่ลง" ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าว