Hot News

"MINDSET" ส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย

โดย คมชัดลึก วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560


ปรับ Mindset ส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย “พ่อแม่” เจ้าภาพหลัก ลดบทบาทราชการ ส่งเสริมท้องถิ่นดูแล สอดรับผลการประเมิน 15 ศพด. สังกัดท้องถิ่น

คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดประชุมนำเสนอผลการศึกษาการสร้างเสริมสุขภาวะในกลุ่มเด็กปฐมวัยระดับพื้นที่ และการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัย

ภายใต้โครงการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการหน่วยวิชาการการสร้างเสริมศักยภาพชุมชนท้องถิ่นในการดูแลเด็กปฐมวัย จากการสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพ

 

นายรณรงค์ จันใด รองคณบดีฝ่ายบริหารและการวางแผน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้าคณะติดตามและประเมินผลโครงการฯ กล่าวว่า การติดตามและประเมินผลครั้งนี้ ดำเนินการตั้งแต่เมษายน 2558 ถึงมีนาคม 2560 โดยจะประเมินตั้งแต่กลไกการดำเนินงาน ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คุณค่า ความคุ้มค่า และผลกระทบทางสังคมจากการการดำเนินงาน

ซึ่งเก็บข้อมูลจาก 15 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) โดยมีผู้ให้ข้อมูล จำนวน 1,358 คน ประกอบด้วย ผู้ปกครอง 1,097 คน ครู ศพด. 146 คน ศพด.95 คน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 20 คน

นายรณรงค์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาศักยภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ด้วยกระบวนการแบบก้าวกระโดดตามแนวทางของ COACT และ สสส. สามารถสร้างให้เกิดการพัฒนาได้อย่างรอบด้าน ได้แก่ 1) การพัฒนาศักยภาพ ความสามารถของครู ศพด.2) การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ศพด.มีการทำงานอย่างเป็นระบบ 3) การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจัดทำหลักสูตร 4) การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ และการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชน และ 5) การออกแบบโครงการอย่างเป็นระบบ

ด้าน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ กรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ กล่าวว่า การแก้ไขเรื่องสถานการณ์พัฒนาการเด็กล่าช้ามีแนวโน้มคงที่มานานกว่า 20 ปี ต้องเปลี่ยนวิธีการใหม่เปลี่ยนแนวคิด (Mindset) สำคัญคือการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะหน่วยราชการ แต่ต้องให้ท้องถิ่นเป็นตัวหลัก

 

โดยมีหัวใจสำคัญคือให้พ่อแม่เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก พ่อแม่ต้องรู้เป็นคนแรกไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องยกระดับคุณภาพใหม่ไม่ใช่ใช้แบบสอบถาม แต่จะต้องวัดจริงทุกครั้งที่เด็กมาเข้ารับบริการ

“ปัจจัยความสำเร็จสำคัญที่สุด 1. คนที่เป็นเจ้าของ DSPM ที่แท้จริงอันดับแรกคือพ่อแม่ 2. การประเมินต้องใช้วิธีการที่จำเพาะเวลา ไม่ต้องตรวจทุกครั้ง และให้เด็กทำได้จริง พร้อมทั้งใส่ใจกับเด็กกลุ่มเสี่ยงโดยไม่ต้องคัดกรอง เช่น แม่วัยรุ่น ครอบครัวยากจน ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ 3.การปรับปรุงคุณภาพของ ศพด. ดังที่เห็นผลความสำเร็จ ตามผลการประเมินที่กล่าวมา” นพ.ยงยุทธ กล่าว