News

อึ้ง! เด็ก 7 ขวบเริ่มเล่นพนัน ลูก ตร.ติดหนี้บอล เข้าข่ายโรคจิตเวช สมองขาดคันเบรก

โดย ข้อมูลข่าวโดย หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที 12 มีนาคม 2561

ใกล้เข้ามาทุกทีกับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 มหกรรมกีฬาที่หมุนเวียนให้ผู้คนทั่วโลกได้ชมและได้เชียร์ทุก 4 ปี ซึ่งจะแข่งขันกันภายใน 1 เดือน ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน-15 กรกฎาคม นี้ ณ ประเทศรัสเซียศึกลูกหนังครั้งนี้นอกจากความมันส์ในการลุ้นและเชียร์ทีมโปรดแบบสุดตัวจนนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้ว สิ่งที่พ่วงมา คือ การพนันฟุตบอล ที่เติบโตมากขึ้นๆ อย่างรวดเร็วเนื่องจากปัจจุบันเข้าถึงได้ง่ายและไวเพียงแค่ปลายนิ้วคลิกเข้าไปในโลกออนไลน์

พ่อ แม่ ผู้ปกครองจะป้องกันลูกหลานไม่ให้ตกเป็นทาสการพนัน ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการป้องปราบ เพื่อหยุดยั้งนักพนันหน้าใหม่ๆ ด้วยวิธีใด และมหันตภัยร้ายของการเล่นพนันบอลทำชีวิตหายนะหนักแค่ไหน รายงานพิเศษนี้มีคำตอบเว็บไซต์พนันออนไลน์เกือบ 3 แสน ปัจจัยเพิ่มนักพนันเด็กและเยาวชนหน้าใหม่

 

ล่าสุดก่อนจะถึงวันเปิดฉากการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์สำคัญของปีนี้ นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยข้อมูลตัวเลขในงาน เวทีสานพลังและพิธีลงนามความร่วมมือในการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนันฟุตบอลออนไลน์ ที่ทีมข่าวฯ ได้เข้าร่วมฟังเสวนาเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 61 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ว่า กลุ่มเด็กและเยาวชน เป็นกลุ่มที่มีอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในประเทศ ปี 2555-2559 มีการเล่นพนันผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด คือ การทายผลฟุตบอลออนไลน์ รองลงมาคือกาสิโนออนไลน์

 

นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

อีกทั้งยังให้ข้อมูลอีกว่าในรอบ 1 ปีระหว่าง พ.ศ.2558-2559 มีเว็บไซต์เล่นพนันออนไลน์เกิดขึ้นมากถึง 213,000 เว็บไซต์ โดยเว็บไซต์ส่วนใหญ่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ ซึ่งยากต่อการควบคุม จึงเป็นอีกปัจจัยทำให้เด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงใหญ่ที่จะติดพนัน เนื่องจากเข้าถึงง่ายและเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา แค่มี มือถือ แท็ปเล็ต และคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

 

ผลสำรวจน่าตกใจ 7 ปี ก็ริเริ่มเล่นการพนัน การติดพนันเป็นโรคทางจิตเวชด้านนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยข้อมูลจากการที่ สสส. สนับสนุนขับเคลื่อน และรณรงค์เรื่องการแก้ปัญหาและผลกระทบจากการพนันมาต่อเนื่องหลายปี มีข้อมูลจากการศึกษาสถานการณ์พฤติกรรมและผลกระทบการพนันในไทยเมื่อปี พ.ศ. 2558 พบข้อมูลและตัวเลขที่น่าตกใจ เกี่ยวกับอายุของเยาวชนที่ริเร่ิมเล่นการพนันต่ำสุด คือ 7 ขวบ

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

 

ผลสำรวจคนที่อายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าร้อยละ 73.8 เคยมีประสบการณ์เล่นการพนันอย่างใดอย่างหนึ่ง และไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 เริ่มเล่นพนันในครั้งแรกตอนอายุไม่เกิน 20 ปี และผลสำรวจที่น่าตกใจ คือ อายุที่เริ่มเล่นการพนันต่ำสุด 7 ขวบ และยังมีการวิจัยในวงการแพทย์ระบุชัดเจนว่าการเล่นการพนันมีผลกระทบต่อการพัฒนาสมอง ส่งผลให้การพัฒนารักษาชีวิตของเด็กและเยาวชนต่ำ และการติดพนันเป็นโรคทางจิตเวช กลุ่มความผิดปกติเกี่ยวกับสารเสพติด นายวิเชษฐ์ชี้ตัวเลขที่เป็นภาพสะท้อนที่ภาครัฐให้ความสำคัญและตื่นตัวในการป้องกัน

คนไทย 2 ล้าน เด็ก 2 แสน ดิ่งลงเหวพนัน

 

ทั้งนี้ ยังมีข้อมูลจากผลสำรวจสถานการณ์การพนันในสังคมไทย ปี 2558 ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ มีข้อมูลย้ำชัดว่าสังคมไทยต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากการพนันทายผลฟุตบอล คนไทยเล่นพนันมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 รองจากสลากกินแบ่งรัฐบาล และหวยใต้ดิน

 

โดยในรอบปี 2558 มีคนไทยจำนวนถึง 2 ล้านคนที่เล่นพนันทายผลฟุตบอล ในจำนวนนี้ 93% นิยมทายผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ และ 30% นิยมทายผลฟุตบอลไทยลีก สำหรับตัวเลขผู้เล่นพนันที่เป็นเด็ก (อายุ 15-19 ปี) มีจำนวนไม่น้อย คือ 0.217 ล้านคนหรือ 2 แสนคนโดยประมาณ

 

ปั้น ตาม จิ้ม ถอน ส่องพฤติกรรม นักพนันทายผลฟุตบอล

และจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการเล่นพนันทายผลฟุตบอล ของเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน พบว่า พฤติกรรมของผู้เล่นพนันมีประมาณ 4 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 เป็นขั้นเริ่มเล่นพนันฟุตบอล โดยจะเริ่มจากการเล่นทีละเล็กละน้อย อาจเริ่มที่ 50 บาท พอลิ้มรสการชนะพนัน ก็จะเริ่มลงเงินมากขึ้นๆ และก็มีโอกาสจะเสียในจำนวนเงินที่มากขึ้นบนที่ 2 ตาม เป็นขั้นของการหมกมุ่นกับความคิดที่อยากเอาเงินที่เสียพนันไปคืน จะเริ่มเล่นพนันหนักขึ้น และมีโอกาสจะลามไปสู่เล่นการพนันทายผลการแข่งขันกีฬาชนิดอื่นได้ เช่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน มวย เป็นต้น

 

ขั้นที่ 3 “จิ้ม” เป็นอาการของการเล่นพนันที่เสียหนัก และพยายามจะหาทางเอาคืนในครั้งเดียว โดยหวังจะทุ่มหมดหน้าตักไปที่การแข่งขันคู่ใดคู่หนึ่งเป็นสำคัญ ขั้นที่ 4 “ถอน” เป็นขั้นรู้สึกผิดที่คิดเล่นพนัน รู้สึกละอายใจ เสียดายเงินเสียดายเวลา และรับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดกับตัวเองและคนอื่น ซึ่ง เป็นขั้นที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยสามารถโทรขอคำปรึกษาที่ 1323 สายด่วนสุขภาพจิต

เยาวชนติดการพนัน บำบัดยากกว่าผู้ใหญ่ เหตุสมองขาดคันเบรก

 

ด้านนาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยข้อมูลจากการ มีนักพนันบอลโทรมาขอรับคำปรึกษามากที่สุดร้อยละ 46 พบเป็นเด็กและเยาวชนอายุ 15-21 ปี ร้อยละ 11 และในช่วงฟุตบอลยูโร 2016 มีผู้โทรปรึกษาเพิ่มสูงกว่าช่วงฟุตบอลโลก 2014 ถึง 8 เท่า ซึ่งเป็นสถิติยืนยันว่านักพนันหน้าใหม่เกิดขึ้นสูงในสังคมไทย สำหรับผลบำบัดเยาวชนที่ติดพนัน พบว่าสามารถเลิกได้ร้อยละ 9 และกลับไปเล่นพนันและติดซ้ำร้อยละ

เรื่องที่น่าห่วงที่สุด พบว่าเด็กและเยาวชนที่ติดการพนัน จะบำบัดได้ยากกว่าผู้ใหญ่ เด็กจะขาดความยับยั้งชั่งใจ เนื่องจากสมองส่วนหน้า (Prefrontal cortex) ซึ่งเกี่ยวกับการคิดการตัดสินใจด้วยเหตุผลซึ่งเปรียบเสมือนเป็นคันเบรก ยังไม่พัฒนาเท่าผู้ใหญ่ ขณะที่สมองส่วนหลังซึ่งเกี่ยวข้องกับความอยาก เปรียบเสมือนเป็นคันเร่งพัฒนาไปก่อน เด็กจึงห้ามตัวเองไม่ได้ ใครชวนไรก็ไปหมด เด็กจึงหันไปติดพนันซ้ำได้ง่าย หากติดตั้งแต่อายุยังน้อย จะมีโอกาสเป็นผีพนันตลอดชีวิต เพราะสมองส่วนหน้าจะไม่พัฒนาอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องการเลิกพนันร้อยละ 80 สามารถรักษาให้หายได้ อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

คนที่ก้าวเท้าเข้าสู่การพนัน สิ่งที่เสียตามมามากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่เงินทอง

 

สำหรับผลกระทบจากการพนันนอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวบุคคลแล้ว การพนันยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา โดยนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ ประธานกรรมการคณะกรรมการกำกับทิศทาง กลุ่มแผนงานด้านการลดปัญหาจากการพนัน สสส.กล่าวว่า

 

การเล่นพนันนั้นถือว่าเป็นพฤติกรรมเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต สุขภาวะ และความมั่นคง เช่น ปัญหาหนี้สิน ถูกทำร้าย ความรุนแรงในครอบครัว และก่ออาชญากรรม สสส. จึงสนับสนุนภาคี ทั้งด้าน วิชาการและภาคประชาสังคมเพื่อศึกษาสถานการณ์การพนัน และสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สร้างและพัฒนาศักยภาพแกนนำ นักรณรงค์ ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการพนันเพื่อเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและสื่อสารสังคมให้สังคมตระหนัก รู้เท่าทันถึงผลกระทบด้านสุขภาวะจากปัญหาการพนัน ลดและป้องกันการเกิดนักพนันหน้าใหม่ในเด็กและเยาวชน

วงจรชีวิตนักพนัน ยา เหล้า ภาวะซึมเศร้า คิดฆ่าตัวตาย

อย่างไรก็ตาม นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ย้ำชัดถึงเด็กและเยาวชนที่เล่นพนัน จะมีผลกระทบทั้งการเรียน ก่อหนี้สิน ไปถึงขั้นก่ออาชญากรรม มีปัญหาสุขภาพ ความเครียด พร้อมให้ข้อคิดว่าไม่มีใครรวยจากการพนัน พร้อมชี้แนะควรนำเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กับร่างกาย

 

;ปัญหาการพนัน เป็นปัญหาคู่ประเทศไทยมายาวนาน แม้ไทยจะเป็นประเทศพุทธศาสนา แต่ก็ยังหนีไม่พ้น ประเทศรอบข้างก็มีการตั้งบ่อนพนัน เพื่อรองรับคนไทยที่ต้องการข้ามไปเล่น ปัจจุบันมีสื่อออนไลน์เข้ามา ทำให้สังคมเปลี่ยนไป มีการเล่นพนันบอลทุกวัน มีการได้เสียกันเป็นจำนวนมาก

และจากการวิเคราะห์ปัญหาในช่วงฟุตบอลยูโร พ.ศ. 2559 เด็กที่เล่นพนันทายผลบอล มีหนี้สินเฉลี่ย 2,016 บาท ร้อยละ 21 เสียการเรียน ร้อยละ 11 มีความเครียดมาก ผู้ที่เล่นการพนันจนถึงขั้นเสพติด ถ้าไม่ได้เล่นจะรู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวาย ร่างกายอ่อนแอ พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง มีภาวะซึมเศร้า เสี่ยงต่อการติดยาเสพติด 6 เท่า ติดเหล้า 5 เท่า เสี่ยงสูบบุหรี่ 3-10 เท่า มีความรุนแรงและใช้อาวุธ 6 เท่า มีภาวะซึมเศร้าและโอกาสฆ่าตัวตายสูงขึ้น 4 เท่า

ไม่มีใครรวยจากการพนัน มีแต่เสียเวลา เสียสมอง แทนที่จะใช้เวลาไปออกกำลังกาย ไปคิดทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ กลับต้องมานั่งบวกเลข คิดแต่ว่าจะพนันบอลคู่ไหน วางเงินเท่าไร ถ้าเล่นได้คนรู้กันทั่ว แต่เวลาเล่นเสียไม่มีใครรู้ ตัวเองก็หมกมุ่นเพื่อหาเงินมาชำระหนี้

อุทาหรณ์ เล่นครั้งเดียวก็ติดได้ อย่าประมาท

 

จากการที่ทีมข่าวฯ เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ ยังมีข้อมูลที่น่ากลัวจากมหันตภัยร้ายของชีวิตที่ดิ่งลงเหวพนัน โดยลูกชายของอดีตตำรวจภาคใต้ ติดหนี้พนันบอล มา 6 ปี ซึ่งผู้เป็นพ่อพยายามช่วยให้ลูกเลิกเล่นการพนัน แต่ผู้เป็นแม่กลับสนับสนุน โทรมาถามลูกว่าวันนี้เล่นคู่ไหนดี ซึ่งประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่าครอบครัวก็เป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันให้ลูกหลงผิดติดการพนัน

 

ส่วนอีกอุทาหรณ์สำหรับคนที่อาจคิดเล่นการพนัน เมื่อ อดีต สาว นศ. ป.โท ภาคอีสาน ตัดสินใจผิด เดินเข้าสู่ชีวิตนักพนันจนเป็นหนี้หลายหมื่น จึงนำเงินของแม่ซึ่งเป็นชาวนาที่ให้มาจ่ายค่าเทอมมาชำระหนี้พนันบอล จนไม่มีเงินลงทะเบียนเรียน ส่งผลให้ต้องออกจากการเรียนกลางคัน เมื่อเธอคิดได้และไปสารภาพผิดกับแม่ หลังฟังเรื่องราวเสร็จ ผู้เป็นแม่ไม่มีคำพูดใดๆ สักคำ แล้วน้ำตาก็ไหลด้วยความเสียใจ เธอรู้สึกผิดบาปอย่างมาก จึงหักดิบเลิกเล่นพนันได้สำเร็จ

อย่างไรก็ดี หากใครกำลังคิดจะเล่นการพนัน ขอจงหยุดคิด อย่าให้เสียเจ๊งจนหนี้ท่วมหัวก่อน แล้วค่อยมาสำนึกดังกรณีของอดีต นศ. ป.โท