News

ส่งเสริมพลังสร้างสรรค์ให้กับเด็ก

โดย ข้อมูลข่าวโดย หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ออนไลน์ ฉบับวันที 12 มีนาคม 2561

ความคิดสร้างสรรค์คือกระบวนการคิดที่เกี่ยวข้องกับการคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ซึ่งส่วนประกอบของความคิดสร้างสรรค์นั้นได้แก่ 1.ความคิดริเริ่ม(originality)คือการคิดในสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำกับความคิดของผู้อื่น 2.การมีความคล่องตัวในการคิด(flexibility) คือการคิดได้หลายแง่มุม หลายทิศทางและสามารถปรับรูปแบบในการคิดที่ยืดหยุ่นไม่ตายตัว

 

3.การมีความคล่องในการคิด(fluency)คือความสามารถในการคิดที่รวดเร็วฉับไวมีควความคล่องตัวในการคิดแก้ปัญหาและทางออกได้อย่างรวดเร็ว 4.การมีความคิดที่ตกแต่งละเอียดละออ(elaboration) คือความสามารถในการคิดในรายละเอียดของสิ่งต่างๆได้อย่างชัดเจนละเอียดละออ

ในการพัฒนาและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับบุคคลนั้นจะต้องเริ่มตั้งแต่ในวัยเด็กเล็ก ซึ่งเด็กสามารถจะพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้ตั้งแต่ขวบปีแรกจากการเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว จากประสบการณ์ตรงโดยผ่านประสาทสัมผัสโดยผู้ที่ส่งเสริมและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กได้ดีที่สุดนั้นก็คือพ่อแม่และผู้ดูแลใกล้ชิดกับเด็กนั่นเอง

 

ลักษณะของเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์ จะแสดงออกดังนี้

1.ช่างซัก ช่างถาม ช่างสงสัย

2.ชอบสำรวจ ค้นคว้า สืบเสาะ ทดลองอยู่เสมอ

3.มีอารมณ์ขัน มีมุมมองในสิ่งต่างๆที่แปลกไม่เหมือนใคร

4.มีความกระตือรือร้นสนใจในสิ่งต่างๆรอบตัว

5.มีความสามารถทางด้านการใช้จินตนาการ

6.มีความเป็นตัวของตัวเองสูง กล้าคิดกล้าทำ มีความเชื่อมั่นในตนเอง

7.ชอบคิดค้นประดิษฐ์สิ่งแปลกๆใหม่ๆ ไม่ชอบเลียนแบบใคร

 

วิธีการส่งเสริมให้ลูกเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์

1. ให้ลูกจดบันทึก คุณพ่อคุณแม่ควรหาสมุด ดินสอ สี ปากกา แล้วให้ลูกเขียนเรื่องราวหรือวาดรูปเล่าเรื่องสิ่งต่างๆที่เขาพบในแต่ละวัน กิจกรรมนี้เป็นการฝึกให้ลูกได้ถ่ายทอดจินตนาการของตนเองออกมาเป็นรูปภาพหรือตัวอักษรอย่างอิสระ ซึ่งการเขียนบันทึกนี้นอกจากจะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กได้เป็นอย่างดีแล้วยังเป็นการฝึกให้เด็กเป็นคนรู้จักการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์เรื่องราวต่างๆ อีกทั้งเป็นคนที่ช่างสังเกตอีกด้วย

2. พาลูกไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ หรือพูดตามภาษาชาวบ้านก็คือคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นพาลูกไปเปิดหูเปิดตาอยู่เสมอ เพราะการที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆเช่น สวนสาธารณะ สวนสนุกพิพิธภัณฑ์ ทะเล ป่า ภูเขา จะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว ซึ่งเป็นการทำให้เด็กได้เปิดโลกทัศน์ พัฒนากระบวนการคิด การจดจำ ซึ่งเป็นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการให้กับเด็กโดยตรง

3. พูดคุยกับลูกอย่างอิสระ คุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับลูกโดยการเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นกล้าถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองออกมาโดยที่ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์หรือถูกผิด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรพูดคุยกับลูกโดยการตั้งคำถามปลายเปิด ที่ไม่ใช่การคุยที่มีคำตอบแค่ว่า"ใช่หรือไม่ใช่" "จริงหรือไม่จริง" "ถูกหรือไม่ถูก"เท่านั้น แต่ควรเป็นการพูดคุยหรือถามคำถามปลายเปิดที่ลูกสามารถแสดงความคิดเห็นออกมาได้อย่างอิสระหลากหลาย

 

ตัวอย่างของคำถามปลายเปิด เช่น หลังจากเล่านิทานให้ลูกฟัง ก็ถามว่าลูกคิดยังไงกับนิทานเรื่องนี้ หรือ นอกจากไข่เจียวแล้วลูกคิดว่าเราเอาไข่มาทำเป็นอาหารอะไรได้อีก เป็นต้น ซึ่งหากลูกแสดงความคิดเห็นอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ความคิดในแง่ลบคุณพ่อคุณแม่ก็ควรปล่อยให้ลูกได้แสดงออกอย่างเต็มที่เพื่อจะเป็นการช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการให้กับเด็ก

หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการที่แปลกใหม่ โดยคุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นผู้เสริมแรง ชมเชยและให้อิสระแก่ลูกอย่างเต็มที่ เพราะหากเด็กเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์แล้ว เขาก็จะเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองที่จะมีพลังบวกในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อสังคมต่อไป