News

นายกฯห่วงคนไทยดื่มเหล้าติดอันดับ 5 ของโลก

โดย คมชัดลึก ฉบับวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา, นักดื่มหน้าใหม่, รัฐบาล, เครื่องดืมแอลกอฮอร์, เลิกเหล้า, เหล้า, สุรา, ของโลก, พศ2554-2563

 

นายกฯห่วงคนไทยดื่มเหล้าติดอันดับ 5 ของโลก เผยมีนักดื่มหน้าใหม่อายุ 15-19 ปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.96 ต่อปี แนะใช้โอกาสเข้าพรรษาลด ละ เลิกเหล้า

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงพฤติกรรมการดื่มสุราของคนไทยที่ติดอันดับโลก โดยเฉพาะนักดื่มหน้าใหม่ที่เป็นเยาวชนอายุ 15 - 19ปี มีแนวโน้มดื่มสุรามากขึ้นถึงร้อยละ 4.96ต่อปี ขณะที่คนไทยใช้เวลาเพียง 4.5นาทีในการเดินทางไปร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แสดงให้เห็นว่าประชาชนสามารถซื้อหาสุราได้ง่าย เพราะมีขายตามร้านค้าทั่วไปในชุมชน

 

"ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกเคยระบุว่า คนไทยดื่มเหล้ามากที่สุดเป็นอันดับที่ 5ของโลก และเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุด เห็นได้จากสถิติอุบัติเหตุในทุกช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว นอกจากนี้ผลจากการดื่มสุรายังทำให้เกิดปัญหาสังคมอื่นตามมาด้วย เช่น การใช้ความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะวิวาท และอาชญากรรม"พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

 

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติ ระยะ 10ปี (พ.ศ.2554-2563)โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง เช่น การกำหนดสถานที่ห้ามขายหรือห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มเติม ทั้งสถานีขนส่ง ท่าเรือโดยสาร สถานีรถไฟ หรือรอบสถานศึกษา การกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รณรงค์สร้างจิตสำนึกที่ดีแก่เยาวชน เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมและลดการบริโภค ลดนักดื่มหน้าใหม่ จำกัดและลดความรุนแรงของปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

"นายกฯอยากให้ประชาชนใช้โอกาสเทศกาลเข้าพรรษา 3เดือน ลด ละ เลิกการดื่มสุรา ซึ่งถือเป็นมหากุศลจากการปฏิบัติบูชา โดยจากการรณรงค์ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาถึงร้อยละ 81.2สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ ร้อยละ 80.5มีสุขภาพร่างกายดีขึ้น ร้อยละ 50.2มีสุขภาพจิตใจดีขึ้น และร้อยละ 31.1มีความสุขและลดปัญหาในครอบครัวได้"

 

นอกจากนี้ยังได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแก้ไขปัญหามาโดยตลอด และเชื่อว่าตัวนักดื่มและคนรอบข้างเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะช่วยลดปริมาณการดื่มสุราลงได้อย่างแท้จริง จึงขอความร่วมมือผู้ที่เกี่ยวข้องหันไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ