News

ชูหลักสูตร“ภัยยาสูบ”ป้องกันวัยรุ่นสูบบุหรี่


โดย คม-ชัด-ลึก วันที่ 12 ธันวาคม 2560

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เผยหากไม่เน้นย้ำให้การศึกษาถึงพิษภัยและอันตรายของยาสูบแก่นักเรียนระดับมัธยม ส่งผลให้การสูบบุหรี่ของเยาวชนไทยไม่ลดลง

 

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ติดตามผลการศึกษาประเด็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีการห้ามจำหน่ายบุหรี่แก่เด็กและเยาวชน ซึ่ง EURO Monitor Internationalมีการวิจัยและวิเคราะห์ออกมาแล้วว่า หากไม่เน้นย้ำให้การศึกษาถึงพิษภัยและอันตรายของยาสูบแก่นักเรียนระดับมัธยม ส่งผลให้การสูบบุหรี่ของเยาวชนไทยไม่ลดลง

 

สำหรับEURO Monitor Internationalซึ่งรับทำการวิจัยและวิเคราะห์แนวโน้มตลาดบุหรี่ของประเทศไทยปรากฏว่า ยอดจำหน่ายบุหรี่ในประเทศไทยแทบไม่ลดลงเลย นับจากมีการขึ้นภาษีเมื่อ ค.ศ. 2016

เนื่องจากผู้เสพหันไปสูบบุหรี่ราคาถูก ที่บริษัทบุหรี่ผลิตออกมาทำการตลาดหลังขึ้นภาษี และมีการคาดการณ์อัตราการเติบโตของตลาดขายปลีกลดลงเพียงเล็กน้อย ส่วนอัตราการเติบโตของการลงทุน (CAGR)จะลดลงเฉลี่ยแค่ร้อยละหนึ่งต่อปีจนถึง ค.ศ.2021

ทั้งนี้ การสูบบุหรี่ของประชากรกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะวัยรุ่น ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง หลังพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้ เนื่องจากร้านค้าขนาดเล็กส่วนใหญ่ ไม่มีการขอดูหลักฐานเพื่อยืนยันอายุที่แท้จริงของผู้ซื้อที่อายุน้อย และจากการที่ประเทศไทยยังขาดการให้การศึกษาถึงพิษภัยของการสูบบุหรี่ในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยม

 

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า มูลนิธิฯ มีความพยายามเสนอและผลักดันให้มีการบรรจุเนื้อหาพิษภัยและอันตรายของการสูบบุหรี่ ในหลักสูตรการเรียนการสอนในระบบโรงเรียนมาโดยตลอด แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ขณะเดียวกัน มูลนิธิฯจัดกิจกรรมมากมายเชิญชวนและร่วมกับโรงเรียนต่างๆ ทำโครงการ“โรงเรียนปลอดบุหรี่”เพื่อให้เป็นพื้นที่เขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย โดยให้นักเรียนมีส่วนในกิจกรรมรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ทั้งร่วมกันพัฒนาคู่มือการเรียนการสอนพิษภัยยาสูบสำหรับคุณครูนำไปใช้ แต่ยังมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการไม่มากนัก

 

เนื่องจากขาดการสนับสนุนด้านนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการ จึงใคร่ขอเรียกร้องต่อกระทรวงศึกษาธิการกำหนดเป็นนโยบายที่ชัดเจน ให้มีการบรรจุการเรียนการสอนเรื่องพิษภัยยาสูบในชั้นเรียนระดับต่าง ๆ เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากการเสพติดบุหรี่

ทั้งนี้ อัตราการสูบบุหรี่ของเด็กไทยอายุ 13-15 ปี เพศชายเท่ากับ 20.1% เพศหญิง 3.8% สูงเป็นอันดับที่สามในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากอินโดนีเซียที่เพศชายเสพเท่ากับ 41% เพศหญิง 3.5% และมาเลเซีย เพศชายสูบเท่ากับ 30.9% และเพศหญิงเท่ากับ 5.3% โดยอัตราการสูบบุหรี่ของเยาวชนไทยไม่ได้ลดลงใน 20 ปีที่ผ่านมา